มุกต่อมาแบบที่สอง..

มุกลายตาข่าย ลักษณะลายของมุกประเภทนี้จะมีลายเป็นเส้น ๆ บริเวณขอบของเกล็ดปลาด้านนอก เป็นเงาเส้นเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายกับตาข่ายสมกับชื่อ บริเวณที่พบบ่อยจะเป็นตั้งแต่ช่วงกลางของลำตัวปลาไปจนถึงช่วงหาง  โดยมากจะเป็นบริเวณท้อง การดำรงอยู่ของมุกชนิดนี้จะมีลักษณะคล้าย ๆ กับพวกไรเคน (รากับสาหร่าย) คือ ไม่สามารถอยู่ได้โดยลำพัง ส่วนมากมักจะอยู่ปะปนกับมุกที่เป็นเม็ด หรืออาจมีมุกลายสมองด้วยในสัดส่วนที่แตกต่างกันออกไป

แต่เนื่องจากมุกชนิดนี้มีลายที่ค่อนข้างแปลก คือไม่ค่อยเหมือนลายดั้งเดิมของปลาเท็กซัสแดงที่เป็นจุด ๆ เสียเท่าไหร่ จะออกไปในแนวลายของเกล็ดปลาตะเพียนเสียมากกว่า มุกชนิดนี้จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าที่ควร ถ้าสีสันและตำแหน่งไม่สวยงามบาดตาจริง ๆ

แต่ถ้ายังไม่มีในคอลเล็กชั่นก็ควรหามาเก็บไว้ก็ไม่เสียหลาย

..

สำหรับมุกชนิดสุดท้าย(แบบที่สาม) ก็คือ มุกลายสมอง มุกชนิดนี้ได้ชื่อว่ามีความงดงามและเป็นที่หมายปองของนักเลี้ยงปลาหลายคนมากที่สุด  ด้วยลักษณะของมุกที่เป็นแบบเฉพาะตัว คงไม่ต้องบอกว่าลายชนิดนี้เหมือน..?

 

 

ใช่ครับ!

มุกชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นเส้น ๆ ยาวและมีรอยหยักไปหยักมา เหมือนถั่วฝักยาว!!

ล้อเล่นครับ ^^

ลายของมุกก็จะมีลักษณะคล้าย ๆ กับลายของสมองคนเราตามชื่อเรียกนั่นแหละ คด ๆ หยัก ๆ วนไปวนมา

สำหรับคน สมองจะเป็นส่วนที่บ่งบอกได้ถึงความฉลาด แต่ปลาตัวไหนมีรอยหยักที่ส่วนหัวมากใช่ว่าจะฉลาดตามคนนะครับ     

แหม!.. ปลาตัวนี้มีรอยหยักมากจริง ๆ ร่องลึกเสียด้วย สงสัยจะจบ ด๊อกเตอร์!

เราไม่ได้ดูปลากันที่ตรงนั้น  

 

 

ในจำนวนมุกทั้ง 3 ชนิด มุกชนิดนี้เรียกได้ว่าหาได้ยากที่สุดเมื่อเทียบกับมุกชนิดอื่น ๆ ตำแหน่งที่พบโดยมากจะเป็นบริเวณส่วนหัวหรือบริเวณแก้มปลาของปลา ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับชื่อ ไม่ค่อยพบเห็นมุกลายสมองบริเวณช่วงกลางลำตัว หรือบริเวณช่วงหางซักเท่าไหร่นัก

เพราะยังไม่เคยพิสูจน์ทราบว่ามีปลาตัวใดเป็นโรคสมองไหล!!จากเท่าที่เคยเห็น..

ความงดงามของมุกลายนี้หลายคนได้พิสูจน์แล้ว

 

และนอกจากมุกที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ยังมีมุกในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมายที่จะสามารถพบเห็นได้  แต่จะยังไม่ได้นำมากล่าว  เช่น มุกที่เป็นเส้นตรง มุกที่อยู่ติดกันเป็นแผ่น ๆ  มุกแบบลูกครึ่งลูกผสม ตามความหลากหลายของสายพันธุ์ปลา

ปลามาก.. ลายก็มาก!

ภายหลังจากที่เราเห็นรูปแบบของมุกกันแล้ว สิ่งที่ต้องดูต่อ คือ

ลักษณะทางกายภาพอีกอย่างหนึ่งของมุกที่สามารถมองเห็นได้ นั่นก็คือความเงางามบนตัวมุก ปลาเท็กซัสแดงที่ดี ควรมีมุกที่มีลักษณะ มัน เงา วาว และมีความชัดเจนอยู่ในตัว ศัพท์ที่ใช้เรียกมุกชนิดนี้ คือ คำว่า มุกลอย 

คำว่ามุกลอยในที่นี้ หมายถึง มุกที่มีความมันเงางามจนดูลอยเด่นออกมาจากตัวปลา  สีของมุกตัดกับสีบนลำตัวของปลาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาที่มุกต้องกับแสงไฟ ความเงางามของมุกจะสะท้อนออกมาให้เราเห็นเป็นแบบว่า สว่างวาบ สว่างวาบ  ซึ่งเป็นความสว่างที่ไม่ได้มาจากกระสือยามราตรี หากแต่เป็นแสงสะท้อนจากมุกของน้องแน็ท เฮ้ย! น้องเท็ก เจ้าลูกปลาน้อยของเรานั้นเอง   

มุกแบบนี้แหละที่เราจะต้องพยายามตามหาให้เจอ  

ส่วนลักษณะของมุกอีกอย่างหนึ่งซึ่งตรงกันข้ามกับมุกชนิดแรก  นั่นก็คือ มุกจม  (เอ..? ใช้คำว่า กลมกลืน น่าจะดีกว่ามั้ง? ประเดี๋ยวจะเข้าใจผิด คิดไปว่า เป็นมุกที่จมบุ๋มลงไปในเนื้อปลา มันจะแย่)

 

มุกจมนี้จะมีสีออกไปทางด้าน ๆ (ด้านไหนก็ไม่รู้?)  รู้แต่ว่าไม่มีความ เงางาม เอาซะเลย  ไม่แจ่ม!!  เคยเห็นคนถูกน้ำร้อนลวกไหมล่ะ นั่นแหละ ๆ แบบนั้นแหละ   ขาว ๆ  จืด ๆ จะเป็นมุกก็ไม่ใช่ จะเป็นแผลก็ไม่เชิง ดูปลาที่ไร รู้สึกตะงิดใจทุกที! มุกลักษณะนี้ ขอแนะนำให้ควรหลีกหนีไปให้ไกล

ให้ไกลเท่าไหร่ยิ่งดี...^^

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ค่อยถนัดเรื่องปลาเท่าไร surprised smile

ปล. ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมบล็กนะคะ big smile big smile