ปลาบางตัวใช่ว่าจะไม่อยากกิน...

แต่เป็นเพราะอยากกินแต่กินไม่ได้ต่างหาก เช่น ปลาที่มีหัวปูดมาก ๆ มันก็จะมองอาหารเม็ดที่ลอยน้ำไม่เห็น โดนเจ้าโหนกตุ้ยหนุ่ยบัง เวลากินเหมือนเครื่องบินที่ต้องบินทิ้งดิ่ง โดนบ้างไม่โดนบ้างอาศัยจังหวะดี ๆ  ปลาลักษณะนี้จึงจำเป็นต้องเดือดร้อน พวกหนอน หรือพวกกุ้งฝอยที่แทนส่วนมากจะอยู่บริเวณก้นตู้เป็นหลักแทน

ผู้เลี้ยงต้องคอยปรับกลยุทธ์กันไป

ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ ในเมื่อปลาไม่กินอาหารก็ย่อมเป็นสัญญาณที่บอกเราได้แล้วว่าปลาตัวนั้นเริ่มผิดปกติแล้ว ปลาเริ่มที่จะไม่แข็งแรงแล้ว มีโอกาสที่ระดับของภูมิคุ้มกันในร่างกายจะลดต่ำลง ซึ่งจะเอื้ออำนวยแก่การเกิดโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

ไม่คุ้มกับการเสี่ยงที่จะซื้อปลาประเภทนี้มาเลี้ยงแต่อย่างใด

และนอกจากไอ้พวกที่ผอมเกร็งแล้ว พวกที่กินมาก ๆ  ลงพุง ตุ้ยนุ้ย อ้วน ตุ๊ต๊ะ ต๋อมแต๋ม ตะแล๊บ แช่แว๊บ ก็ไม่ผ่านนะครับ ปลาที่มีน้ำหนักมากจน Overload มันจะดูไม่สง่า ไม่ปราดเปรียว ซึ่งจะมีผลทำให้ความไม่แจ่มมาเยือนคุณอีกระลอก

ไม่ต้องอะไรมาก หนึ่งในกฎของการประกวดปลาสวยงาม งานประมงน้อมใจ ไทยทั่วหล้า ครั้งล่าสุด ในกลุ่มปลาหมอสีครอสบรีด หน้าที่ 7 ย่อหน้าที่ 3 หัวข้อที่ 2 บรรทัดที่ 14  มีอยู่ว่า..

ลำตัวกว้าง ถือเป็นข้อเด่น แต่ไม่สั้น ไม่ใช้คิงคอง หรือ SHORT BODY กว้างต่อยาว ต้องได้ส่วนดูสง่า ลำตัวหนาล่ำสัน ถือเป็นข้อดี แต่  ไม่ลงพุ่ง!”

เพราะจะดูน่ารัก มองแล้วไม่น่ากลัว...มั้ง?อันนี้ผมคิดเอง

ดังนั้น ปลาอ้วนไม่ใช่คำตอบของการหาปลาสวยของเราครับ

 

ลักษณะอีกอย่างที่จะแยกได้ค่อนข้างยากเกี่ยวกับท้องปลา นั่นก็คือ อาการท้องบวมที่เกิดจากโรค กับ ปลาตัวเมียที่กำลังมีไข่

อือ..อันนี้ต้องดูให้ดี

บางทีอาจจะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ ๆ กว่าจะแยกแยะออก

ต้องหมั่นมาดูปลาเรื่อย ๆ ครับ เป็นวิธีที่ดีที่สุด

เพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน และที่สำคัญ เพื่อความชัวร์ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินของคุณออกไป ยิ่งของแพงยิ่งต้องดูให้ละเอียด ประมาณว่ารอให้ปลาวางไข่ให้เห็นกันจะจะไปก่อนเลยก็ได้  ไม่ต้องรีบ ใจเย็น ๆ 

ดีกว่าคุณซื้อปลาเท็กซัสแดงมาเลี้ยง แต่เลี้ยงไปเลี้ยงมา กลายเป็น ปลาเกล็ดแก้วซะงั้น (ท้องบวมตลอดกาล) ถ้าเกร็ดบนลำตัวตั้งด้วยอันนี้จะเศร้า!     

 แต่ถ้าคุณไม่มีเวลามานั่งพินิจพิจารณาปลาได้นาน ๆ มีความจำเป็นต้องซื้อปลาไปเลย ด้วยเหตุผลหลัก ๆ สองอย่างคือ

1.ร้านอยู่ไกลบ้าน หรือ

2.บ้านอยู่ไกลร้าน

กรณีนี้ ผมจะขอแนะนำวิธีสังเกตปลาอย่างง่าย ๆ เอาไว้ใช้เป็นอาวุธติดตัว ดังนี้

ให้คุณสังเกตดูที่ท้องปลาให้ดี ๆ  ดูซิว่า.. ไอ้ปลาตัวนั้นน่ะ มันไปกินอะไรมา?

ถ้ามันเกิดไปกินไส้กรอกยาว ๆ พร้อมกันสองอัน หรือว่าเห็นท้องปลาป่องเป็นลำ ๆ ลอน ๆ นั่นแหละ ๆ ให้เดาว่า น่าจะเป็นปลาที่กำลังมีไข่ ลักษณะของไข่ ให้นึกภาพง่าย ๆ ว่าเหมือนกับไข่ของปลาทั่ว ๆ ไป เช่น ไข่ของปลานิล หรือ ไข่ปลาตะเพียนตอนที่ยังอุ้มท้องอยู่นั่นแหละ 

เป็นหลอดเหมือนกัน!

แต่ถ้าไอ้ปลาตัวนั้น ดันเกิดมีท้องที่มีลักษณะบวมกลม ทั้งช่องท้อง เป็นท้องที่โตแบบไม่บันยะบันยัง  ออกไปในแนวหิวจัดเลยไปหุ๊บเอาลูกปิงปองมาแบบเต็ม ๆ กินกันเป็นลูก ๆ  อย่างนี้ล่ะครับ ให้สันนิฐานไว้ก่อนเลยว่า ไอ้ปลาตัวนี้น่าจะเป็นโรคท้องบวมหรือ ท้องอึดแล้วล่ะ

หึ หึ หึ อาการแบบนี้อันตรายมั่กมาก

แต่จอร์ช!?!  ปลานะ.. ไม่ใช่งูเหลียมจะได้ถอดขากรรไกรกินไส้กรอกกับลูกปิงปองอย่างสบายใจได้อะ? ในบรรยากาศกำลังดี โรเบิร์ตเพื่อนรักแย้งขึ้นในคืนที่มึดสนิท

ก็แหม..! แค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพเท่านั้นแหละเบิร์ต จะได้จำกันได้ง่าย ๆ เผื่อบางคนถูกชะตากับปลาตัวนั้นจริง ๆ และจะต้องซื้อให้ได้ จะได้มีแนวดู  นี่แล้วอีกอย่าง ถ้าเราซื้อปลาตัวเมียที่เคยวางไข่ไปแล้วครั้งหนึ่งนะ ปลาตัวนั้นจะคอยวางไข่อยู่เรื่อย ๆ นะเฟ้ย  ซึ่งจะมีผลทำให้ปลาตัวนั้นโตช้ากว่าปกติ เพราะว่าพลังงานส่วนหนึ่ง แทนที่จะเอาไปใช้ในการเจริญเติบโต ก็ดันเอาไปใช้ในกระบวนการสืบพันธุ์แทนซะนี่ ถ้าคิดจะซื้อปลาไปเพื่อขยายพันธุ์ก็โอเคนะ แต่ถ้าต้องการเลี้ยงฟอร์มเพื่อให้มันตัวใหญ่ ๆ จะได้เอาไว้โชว์ อันนี้คงจะลำบากหน่อยนะพวก! ผมเสริมตบท้ายเพื่อแก้ข้อกังขาของโรเบิร์ตเพื่อนรัก

ถ้าอันไหนเป็นปลามีท้องก็ซื้อได้นะครับ เพราะนั้นเป็นธรรมชาติของปลาอยู่แล้ว แต่ถ้าอันไหนเป็นปลาที่เป็นโรค ก็ขอให้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปก็แล้วกัน  อย่าได้หลงกลไปซื้อมาเชียวล่ะ

เสียสถาบันหนองอีแหนบคอนแวนของเราหมด

โฮ่ ๆ ๆ ^ ^

Comment

Comment:

Tweet