ในตอนที่แล้ว เราว่ากันถึงในเรื่องของสาเหตุของการที่ทำให้ปลาหัวโหนกค้างเอาไว้ และ สำหรับข้อสันนิฐานของการที่จะทำให้ปลาหัวโหนกได้ ประการท้ายสุด ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ในเรื่องของ

สิ่งแวดล้อม หรือ The Envelopment นั่นเอง

ก็ด้วยปัจจัยสิ่งแวดล้อมทุกอย่างนั่นแหละครับ ที่จะสามารถมีอิทธิพลต่อปลาตัวนั้น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นตู้ที่ปลาอาศัยอยู่ เพื่อนบ้านที่เวียนว่ายอยู่ตู้ข้างๆ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อาศัยอยู่ภายในตู้ใบเดียวกัน

รวมไปจนถึง ในเรื่องของคุณภาพน้ำต่าง ๆ อาทิ อุณหภูมิ,  ความลึก, ค่าความเป็นกรด - ด่างของน้ำ (pH), ค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO หรือ Dissolved Oxygen)  

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปลาตัวหนึ่งจะสามารถสัมผัสกับมันได้ เหล่านั้นก็จะมีอิทธิพลต่อปลาด้วยกันหมด ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

โดยปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ บางส่วนอาจจะส่งผลทำให้ปลาเกิดความเครียดบ้าง ไม่เครียดบ้าง  มีความสุข แบบ very much thank you บ้างหรือแบบ a little bit  บ้าง คละเคล้ากัน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ก็จะส่งผลทำให้ปลารู้สึกผ่อนคลายสบายตัว สลับกับตึงเครียดจนถึงขีดสุด  เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ๆ  

โอ้ว..สุดยอด!

รู้สึกเหมือนพวกโรคจิตยังงัยไม่รู้แฮะ!

ด้วยความรู้สึกของตัวปลาที่จะต้องคอยปกป้องอาณาเขตที่ตัวเองอุตสาห์ลำบากลำบนสร้างมาได้ ต้องคอยข่มไอ้เจ้าปลาที่ว่ายอยู่ในตู้ข้าง ๆ หรือ ข่มกับตัวเองในกระจกที่เราเอาไปแปะไว้ เพราะนึกว่าเป็นศัตรูจะเข้ามาแย่งที่

พฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นทำให้ปลาได้มีการแสดงออกทางเพศเพิ่มมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลทางอ้อมในเรื่องของหัวโหนกตามมาด้วย

ประกอบกับตัวปลาเองก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำอยู่แล้วด้วย ว่าง ๆ จะไปนั่งถักเสื้อไหมพรมซักตัวก็ไม่ได้ จะไปช็อปปิ้งที่สวนจตุจักรก็ไม่ได้ วัน ๆ จึงได้แต่คิดโน้น คิดนี่ คิดนั่นไปเรื่อย คิดไปคิดมาทั้งวัน คิดจนเลยเถิด ทำให้สมองแต่ละวันต้องทำงานหนัก

สุดท้ายหัวก็เลยโหนกในที่สุด  ...เชื่อผมม๊ะ?!

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

มนุษย์ คิดมาก หัวจะหงอก

  ปลา   คิดมาก หัวจะปูด

  ถ้ามนุษย์ มัวแต่ทำ หน้าบูด ๆ

  ระวังหัวจะปูด และมีเลือดออก !?!

อีกทฤษฎีหนึ่งก็ว่าไว้ว่า สาเหตุที่ปลาหัวโหนกเป็นเพราะการรวมตัวของไขมันที่มากเกินไป อาจจะเป็นเพราะว่าพอปลาเครียดเลยกินอาหารมากขึ้น ยิ่งเครียดก็ยิ่งกิน    มาก ๆ เข้า ไขมันก็ค่อย ๆ เกิดการสะสมตัวขึ้น ๆ ที่ละเล็ก ที่ละน้อย

สุดท้ายก็อย่างที่เห็น บวมอะหรึ่งฉึ่ง.. 

อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะจริงหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นจริง ผมให้ข้อสังเกตว่า ทำไมไขมันไม่ไปรวมกันที่ท้องด้วยนะ

ก็เห็นปลาอ้วนส่วนใหญ่ก็จะท้องโต ๆ เอง! โรเบิร์ตกล่าวเสริม

บางทฤษฎีว่าเป็นโหนกน้ำ เกิดจากการสะสมตัวของน้ำในตัวปลา เพราะสองจับดูแล้วมันนิ่ม ๆ พอย้ายตู้ปุ๊บ หัวเลยยุบปั๊บ อีกซักพักนั่นแหละกว่าจะขึ้นมาใหม่  

อือ อันนี้ก็มาแปลก?  

            แต่เอ..ปลามันก็อยู่ในน้ำทุกตัวนะ แล้วทำไมปลาตัวเมียถึงไม่ค่อยโหนกกันล่ะ

เออเอาซิ ชักเริ่มงง?! 

งานนี้มีตัวช่วยมั้ยฮะ ผมขอเปลี่ยนคำถามคร้าบ!!

เกี่ยวกับเรื่องของปลาหัวปูดคงต้องยอมรับครับว่าทำได้อยากมาก เพราะยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่ชัดเจนพอที่จะสรุปเป็นรูปธรรมออกมาได้ ได้แต่เพียงพยายามวิเคราะห์โน่น วิเคราะห์นี่ ก็หวังว่าจะโดนเข้าซักทาง  

แต่ที่แน่ ๆ มีอาจารย์ท่านหนึ่งได้เคยบอกกับผมไว้ว่า ถ้าลองใช้ความพยายามซัก 10 ถ้วยตวง บวกกับความตั้งใจซัก 7 ช้อนโต๊ะ

ผสมในอาหารให้ปลากิน 3 หรือ 4 เวลา เช้าเที่ยงเย็นค่ำ ให้ที่ละน้อย ๆ ไม่ต้องมาก  ให้ปลาได้กินเรื่อย ๆ และเอาขอนไม้เข้าไปใส่  ติดกระจกเงาไว้ที่ข้างตู้  ทำให้น้ำในตู้ใสสะอาด ปราศจากของเสีย หลังจากนั้น ให้คอยสังเกตปลาดูให้ดี ๆ  มันจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับปลาของคุณอย่างแน่นอน!

มันเป็นรหัสลับหรือเปล่านะ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ

หือ หือ หือ^^

                (โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet

ฮ่ะๆๆ.. เมื่อก่อนผมก็คิดว่าที่มันหัวโหนกๆ เพราะมันคิดมากเหมือนกันครับ..sad smile

#1 By zkrap on 2010-03-23 11:22