ขำ ๆ มานาน เรามาเข้าเนื้อหาของเราต่อกันดีว่า..

            ขอย้อนความถึงหัวข้อแรก ๆ ที่ผ่านมาแล้วก่อนนะครับ สำหรับผู้ที่พึ่งเคยได้อ่านบทความของผมเป็นครั้งแรก หรือ ผู้ที่ติดตามมานานแล้วแต่ยังรู้สึกยังงง ๆ อยู่

..ว่า มันเขียนอะไรของมันฟะ!

ตอนนี้เราว่ากันอยู่ที่ ยุทธการตามล่าหาปลาเนียน อยู่นะครับ และได้ผ่านวิธีการคัดเลือกปลาสวย ๆ ไปแล้วทั้งหมด 2 วิธี  คือ  

วิธีแรก ประมาณว่าใช้เงินเข้าว่า ขอให้ข้าได้ปลาดี.. (อันนี้แล้วแต่ทุนทรัพย์ของแต่ละบุคคลครับ เลือกได้ตามอัธยาศัย)

และวิธีที่ 2 ซึ่งเป็นวิธีที่เพิ่งกล่าวจบมาเมื่อสักครู่สด ๆ ร้อน ๆ  ก็คือ เราจะต้องเป็นคนไปเลือกเฟ้นปลาที่สวย ๆ ตามร้านรวงต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยใช้ประสบการณ์ และการสังเกตไปวิเคราะห์เพื่อเลือกซื้อปลา

ส่วนใหญ่ก็จะเป็นปลาราคาไม่แพงมาก และนำไปลุ้นต่ออีกที

เอาล่ะ ต่อไปนี้จะเป็น วิธีที่ 3 ซึ่งคงเป็นวิธีสุดท้ายของยุทธการ ตามล่าหาปลาเนียน นี้แล้วล่ะครับ เป็นวิธีที่ไม่ยากซักเท่าไหร่   

วิธีการนั้นก็คือ เพาะพันธุ์ปลามันเองซะเลย

จะได้ไม่ต้องไปง้อใคร อยากได้ปลาแบบไหนทำเอา!

วิธีที่ 3 นี้แหละเป็นวิธีที่ถูกใจผมที่สุด เราทำของเราเอง โอกาสที่เราจะได้ปลาสวย ๆ เยอะดี ชอบ! ชอบ!

แต่ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องนี้กันนั้น

ผมว่าเราควรจะต้องมานั่งจับเข่าคุยกันในเรื่องบางเรื่องกันก่อนนะครับ เพื่อเป็นการปรับความเข้าใจให้ตรงกันทั้งสองฝ่ายก่อน ขืนปล่อยให้ผมเล่าอยู่คนเดียว เข้าใจอยู่คนเดียว เราคงจะคุยต่อกันไม่รู้เรื่องแน่ ๆ

เรื่องมันมีอยู่ว่า..

การเพาะพันธุ์ปลาเท็กซัสแดงในสมัยก่อนนั้น ส่วนใหญ่วิธีการนั้นจะไม่มีข้อกำหนดตายตัวที่จะชี้ชัดลงไปว่า  ปลาเหล่านั้นจะต้องทำมาจากพ่อปลาหรือแม่ปลาชนิดใดจึงจะเรียกว่าเป็นปลาเท็กซัสแดงอย่างแท้จริง

ส่วนใหญ่จะถือแต่เพียงว่า ถ้าลูกปลาออกมาแดงและมีมุกกระจายอยู่ตามตัว ดูคล้าย ๆ พวกของเท็กซัสก็จะเรียกว่าเป็นเท็กซัสแดงทั้งหมด

แต่ในปัจจุบัน ..

การเลี้ยงปลาหมอสีได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่โต ทั้งเพศชายและเพศผู้หญิง  ทั้งในโลกนี้หรือแม้แต่ในโลกหน้า...

แน่นอนครับ ก็มีนักเพาะพันธุ์ปลาหมอสีครอสบรีดเพิ่มจำนวนขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัว และนักเพาะปลาเหล่านั้น ก็ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ปลาในรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย

หนึ่งในการพัฒนาสายพันธุ์นั้น ก็รวมถึงในการทำปลาเท็กแดงอยู่ด้วย

มีจนถึงขนาดว่า ปลาบางตัวมีสีแดงจริง มีมุกเงาวาวกระจายอยู่ทั่วตัวจริง แต่สายพันธุ์ที่นำมาผสม ไม่มีคำว่า เท็กซัสเขียว ปนอยู่เลยแม้เพียงเศษเสี้ยวก็มี

อาจจะด้วยความตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจก็แล้วแต่ (บังเอิญกระจกกั้นตู้ที่ตั้งแบบหลวม ๆ เกิดล้ม ปลาเลยแอบไปพลอดรักกัน)

ดังนั้นลูกปลากลุ่มดังกล่าว จึงมีการเรียกกันใหม่ในวงการว่าเป็น

ลูกปลาสายใหม่ !

และได้มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่แหล่งที่มา  หรือแล้วแต่นักเพาะปลาตัวนั้น ๆ จะตั้งชื่อให้

โดยส่วนตัวของผมแล้ว จะถือว่าถ้าในสายของพ่อแม่พันธุ์ปลา หรือบรรพบุรุษของปลายังมีคำว่าเท็กซัสเขียวผสมอยู่ด้วย ผมก็จะยังใช้คำว่า เท็กซัสแดง อยู่เหมือนเดิมนะครับ!

เว้นซะแต่ว่า

ปลาที่ได้จากการเพาะตัวนั้น ๆ  ไม่เคยสัมผัสกับต้นตระกูลเท็กซัสเขียวมาก่อนเลยนั่นแหละ ถึงจะเรียกว่าเป็นลูกปลาสายใหม่!

ก็เหมือนอย่างที่บอก

มันยังไม่มีข้อกำหนดไหน ที่จะบ่งชี้หรือข้อบังคับใช้ ในเรื่องของการเรียกชื่อปลาในกลุ่มปลาเท็กซัสแดงออกมาอย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น เพื่อให้เข้าใจที่ตรงกัน การเพาะเท็กซัสแดงของเราจะต้องมีเท็กซัสเขียวเป็นวัตถุดิบตั้งต้นรวมอยู่ด้วยทุกครั้งนะครับ เพื่อไม่ให้ลืมต้นตระกูลของสายพันธุ์ที่แท้จริงไป

ทุกคนทราบ!!

^^

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet