จากประสบการณ์ที่สะสมมาคิดว่านาน..

สาเหตุที่พอจะทำให้ปลาตกใจถึงขั้นถอดสีได้ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ข้อ  ก็คือ

1.การเคลื่อนย้ายปลาไปสู่ตู้อื่น

2.การถ่ายน้ำในตู้ทีละมาก ๆ (ไม่ชินกับน้ำใหม่)

3.มีคนกวน

4.มีสัตว์กวน

5.โดนส่อง(ด้วย)ไฟ

ปัจจัยเหล่านี้ ทุกปัจจัยล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อภาวะทางอารมณ์ของเจ้าลูกปลาน้อยของเราทั้งสิ้น การที่เราได้มีการกระทำอะไรบางสิ่งบางอย่างลงไปนั้น จะกระทบถึงตัวปลาโดยตรง และทุกสิ่งล้วนแล้วแต่จะสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับมัน

เรามาดูกันเป็นหัวข้อ ๆ ไปนะครับ ลงลึกไปในรายละเอียด..

หัวข้อแรก การย้ายปลา

โจทย์ของเรามีอยู่ว่า ถ้าการย้ายปลาไปยังตู้อื่น ๆ แล้วจะทำให้ปลาสีตกลง เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี?

ผมเคยถามคำถามนี้กับเพื่อนในวงการ และได้คำตอบที่ชวน ร้าว กลับมาว่า..

ก็ย้ายแต่ตู้ปลาแทนซิ เอาปลาไว้ที่เดิม แค่นี้ก็ไม่ต้องย้ายปลาแล้ว!!

อืม..เป็นคำตอบที่ทำให้ผมถึงกับนิ่งอึ้งในความเป็นศรีธนญชัยไปอยู่นาน ไม่ทราบว่าคิดได้เยี่ยงไงนี่ แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกัน ผมจึงตอบกลับแบบรักษาน้ำใจเค้าไปว่า

ไอ้บ้า!!  ตอบให้มันมีวิชาการให้มันได้ความรู้หน่อยซิฟะ!

เพื่อนคนนั้นของผมยังไม่วายตอบผมกลับมาอีกว่า..

ความรู้ก็เปรียบเหมือนชุดชั้นใน ทุกคนควรสวมใส่ แต่ไม่ควรโอ้อวด

และในวินาทีนั้น ฟางเส้นสุดท้ายแห่งความอดทนของผมได้ขาดสะบั้น ผมไม่สามารถจะทนเพื่อนของผมคนนี้ได้อีกต่อไปแล้ว การกระทำของผู้มีการศึกษาจึงได้เริ่มต้นขึ้น ขอซักทีเถอะ..

ตุบ ตับ อะจ๊าก เพล้ง โบ๊ะ ฉึก ป้าด โฮ่ง เอ๋ง อีคึ อีคึ

เรื่องนี้ผมขอตอบเองดีกว่าครับ สำหรับในกรณีนี้นะครับ การจะทำให้ปลาไม่ตกใจมาก และมีการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ให้เร็ว เราควรที่จะต้องเช็คคุณภาพน้ำของน้ำทั้ง 2 ตู้ให้ดีก่อน ดูว่ามันมีความใกล้เคียงกันแค่ไหน บางท่านอาจจะคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรน้ำจืดก็คือน้ำจืด ไม่น่าจะมีอะไรที่แตกต่างกันมาก ยกเว้นแต่ว่าคลอรีนหมดฤทธิ์หรือยังเท่านั้น

ข้อนี้ผิดนะครับ จริงอยู่ที่ว่าน้ำจืดยังไงก็คือน้ำจืดเหมือนกันวันยังค่ำ แต่คุณภาพน้ำหลายตัวอาจจะไม่เหมือนกันก็เป็นได้ครับ

ยกตัวอย่างตัวที่อาจจะแตกต่างกันได้มากก็เช่น ค่าพีเอชของน้ำ(pH), อุณหภูมิของน้ำในแต่ละตู้ หรือ แม้แต่จะเป็นความกระด้างของน้ำก็อาจจะไม่เหมือนกัน

ผมจะขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ เอาเป็นว่าแค่คุณภาพน้ำของตู้ที่มีขอนไม้ใส่ไว้กับตู้ที่ไม่ใส่ขอนไม้แต่ใส่เป็นหินปะการังแทน แค่นี้ค่าพีเอชของน้ำก็ไม่เท่ากันแล้ว

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น .. ? เราลองมาดูกัน

ปัญหาในเรื่องนี้เกี่ยวของกับ ค่าพีเอช (pH) ของน้ำอย่างไร กล่าวคือ ค่าพีเอช(pH) เป็นมาตราสากล ที่ใช้สำหรับวัดระดับความเป็นกรด เป็นด่างหรือเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเข้มข้นของ ไฮโดรเจนอิออน(H+)ที่มีอยู่ในน้ำ

ซึ่งค่าพีเอชสามารถคำนวณได้จากสูตร

                        pH = log (H)-1

 

ในสภาพเป็นกลาง พีเอชจะมีค่าเท่ากับ 7  ต่ำกว่า 7 จะแสดงถึงความเป็นกรด ถ้าสูงกว่า 7 จะแสดงถึงความเป็นด่าง ยิ่งถ้าค่าพีเอชต่ำหรือสูงขึ้นมาก ๆ ก็น้ำก็จะยิ่งเป็นกรดหรือด่างจัดมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

แล้วค่าเหล่านี้จะมีผลของปลาของเราอย่างไร!

ถ้าระดับพีเอชต่ำกว่า 5 อาจทำให้ปลาตายได้ เพราะเป็นกรดจัด

ถ้าระดับพีเอชอยู่ที่ประมาณ 5-อาจจะทำให้ปลาชะงักการเจริญเติบโต หรือ กินอาหารลดได้

ถ้าระดับพีเอชอยู่ที่ประมาณ 7.4-8.4 เหมาะสมที่สุดสำหรับการเลี้ยงปลาโดยทั่วไป

ถ้าระดับพีเอชอยู่ที่ประมาณ 8.5-10.5 อาจจะทำให้ปลาชะงักการเจริญเติบโต หรือ กินอาหารลดได้

ถ้าระดับพีเอชสูงกว่า 10.5 อาจทำให้ปลาตายได้ เพราะเป็นด่างจัด

กรณีนี้ ความพอดี น่าจะดีที่สุดนะครับ^^

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet