ช่วงหลังรู้สึกเน้นเนื้อหาวิชามากไปหน่อย ล่อซะลิงหลับเลย!

แต่จะให้ทำอย่างไงได้ล่ะครับ ก็ความแตกต่างของคุณภาพน้ำเป็นสิ่งสำคัญนี่นา นี่ขนาดยังไม่ได้พูดถึงในเรื่องของความแตกต่างของอุณหภูมิและความกระด้างของน้ำที่น้ำแต่ละที่จะต่างกันอีกนะ

ผมว่าคงจะพอแล้วแหละ ขืนถ้าเข้าวิชาการหนักมาก ๆ อีกรอบ คราวนี้มีหวังคงได้ลงไปนอนปูเสื่อหลับยาวอีกเป็นแน่

ในหัวข้อนี้ผมคิดว่าน่าจะมีคำถามที่อยู่ในใจของใครหลาย ๆ คนมากมายนะครับ  และเพื่อไขข้อข้องใจนั้น ผมจะลองยกคำถามและคลายความสงสัยไปทีละข้อ ๆ ลองดูนะครับว่าจะเป็นคำถามที่ตรงกับใจของคุณหรือเปล่า..

คำถามแรกถามว่าแล้วอย่างนี้มีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องตรวจเช็คคุณภาพน้ำก่อนการปล่อยปลาหรือเคลื่อนย้ายปลาครับ?

คำตอบของผมก็คือ จำเป็นมากครับ!!

..ถ้าคุณยังต้องการให้ปลาของคุณคงความสวยงามแบบสม่ำเสมอและนานที่สุดเท่าที่ปลาตัวหนึ่งจะสามารถทำได้ การตรวจเช็คคุณภาพน้ำก่อนปล่อยปลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจำเป็นต้องทำ แม้คุณภาพน้ำระหว่างตู้ที่แตกต่างกันไปบ้างเหล่านั้น ในบางกรณีจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายจนถึงกับทำให้ปลาของคุณเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรก็ตาม

ก็อย่างว่านั่นแหละครับ น้ำ จืด ยังไงก็คงเป็นน้ำ จืด วันยังค่ำ ไม่มีทางที่จะกลายสภาพไปเป็นน้ำ หวาน รสชาติหวานมันอร่อยเหาะไปได้ แต่เราจะมีความแน่ใจถึงความใกล้เคียงกันของคุณภาพน้ำระหว่าง 2 ตู้นั้นแค่ไหนล่ะ?  ถ้าเกิดว่ามันแตกต่างกันมาก ๆ จะทำให้ปลาของเราเครียดขนาดไหนไม่มีใครรู้?  ยิ่งถ้าปลาตัวที่ซื้อมามีราคาหลักหมื่น, หลักแสน หรือเป็นปลาตัวรักตัวโปรดด้วยแล้วละก็..

ไม่อยากจะคิด

หากเครียดมาก ๆ จนทำให้สีปลาตกยาว หรือถ้ารุนแรงกว่านั้นหากปลาของคุณเกิดช็อกน้ำเสียชีวิตไป ผมว่า ยังไง ๆ มันก็ไม่คุ้มด้วยประการทั้งปวงครับ..!

ต้องอย่าลืมนะครับว่าการเคลื่อนย้ายปลาไปยังตู้ต่าง ๆ จะทำให้ปลาของเรามีความเครียดเกิดขึ้นระดับหนึ่งอยู่แล้ว ถ้ายิ่งบวกกับคุณภาพน้ำที่ต่างกันมาก ๆ ก็ถือเป็น 2 เด้ง ยังไงซะผมว่าเราควรจะตรวจเช็คคุณภาพน้ำก่อนปล่อยปลาซักหน่อยก็ดีนะ

มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่เนอะ..!

อีกหนึ่งคำถาม ถ้าเป็นปลาที่เพิ่งซื้อมาล่ะ เราจะมีการเตรียมน้ำในตู้ของเราอย่างไรให้เหมาะสมกับปลาดี?

บางคนซื้อปลามาจากหลาย ๆ ที่ จำไม่ได้ว่าปลาตัวไหนเลี้ยงน้ำแบบไหนมา หรือไม่ได้ไปขอเจ้าของร้านขายปลาวัดคุณภาพน้ำก่อนจึงอาจเกิดความวิตกกังวลว่า แล้วอย่างนี้จะเตรียมน้ำในตู้ของเราไว้อย่างไรดี?

โจทย์ข้อนี้แก้ไขไม่ยากครับ เพราะสิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่ คุณจะต้อง เตรียมน้ำในตู้ให้นานหน่อยครับ

โดยเน้นให้คลอรีน(ในกรณีที่ใช้น้ำประปา) หมดไปเสียก่อน เพราะถ้าหากน้ำที่เตรียมไว้ยังมีคลอรีนหลงเหลืออยู่ปลาของเราก็อาจเป็นอันตรายถึงขั้นตายได้ เรื่องนี้น่ากลัวที่สุดครับ ต้องคอยระวัง

ทางที่ดีคุณควรจะต้องเตรียมตู้ปลาให้พร้อมก่อนจะออกไปซื้อปลาสักตัว โปรดอย่ามึน ๆ ไปซื้อปลามาก่อนแล้วค่อยไปหาตู้เอาดาบหน้าโดยเด็ดขาด น้ำท่าไม่ได้เตรียมไว้ให้ดี พอปลามาถึงเปิดน้ำปะปาได้ก็เอาปลาใส่เลย

ถ้าแบบนี้เสร็จทุกรายครับ ตัวเองก็เคยมาแล้ว

โดยหลักการ เราจะต้องเตรียมน้ำใหม่ที่สะอาดและปราศจากคลอรีนไว้รอปลาก่อนจะนำปลามาเลี้ยง แม้ปลาอาจจะมีความเครียดเกิดขึ้นบ้างเมื่อต้องมาเจอกับคุณภาพน้ำที่แปลก ๆ (น้ำใหม่ที่เราเตรียมไว้) แต่ปลาของเราจะไม่เป็นไรครับ เพราะตามกระบวนการแล้วถ้าคุณภาพน้ำไม่ถึงกับแตกต่างกันมากและเป็นน้ำที่คุณภาพดีกว่าที่มันเคยอยู่ (เป็นน้ำใหม่ที่ไม่มีของเสีย เช่น แอมโมเนีย หรือไนไตรท์สะสม) ปลาจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ในเวลาไม่นาน และจะอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุขตราบเท่าที่เราคอยหมั่นตรวจสอบคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตามเพื่อความแน่ใจ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรมีการเตรียมน้ำก่อนที่จะนำปลามาเลี้ยงซัก 2-3 วัน โดยเปิดออกซิเจนให้เต็มที่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ

แล้วเราจะได้ไม่ต้องมากังวลกับเรื่องคุณภาพน้ำกันอีก

^ ^

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet