แล้วผมก็ได้เห็นในสิ่งที่มีแต่เวลาเท่านั้นที่จะช่วยผมได้

ไม่รอช้าผมนำภาพที่ถืออย่างสั่น ๆ ในมือไปยังตู้ปลาที่ เบี้ยวคุง ว่ายน้ำเล่นอยู่ พยายามใช้สองตาน้อย ๆ สัมผัส และสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงบนตัวปลาที่เกิดขึ้นด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจในสไตล์ Hip-Hop ที่ตื่นเต้นและเร้าใจ

โอ้โห มันเปลี่ยนแปลงมากมายถึงขนาดนี้เชียวหรือ?ผมคิดในใจ พร้อมกับเกิดอีกหนึ่งความคิดตามมาติด ๆ ว่า สิ่งนี้น่าจะให้ความรู้อะไรกับเราได้บ้าง ถ้าเรามีเวลาศึกษากับมันอย่างจริงจัง

หลังพินิจพิเคระห์อยู่พักใหญ่ ผมตกลงใจที่จะถ่ายรูปเบี้ยวคุงกลับมาอีกครั้ง เก็บภาพให้เหมือนกับภาพถ่ายในวัยเด็กของเขา เพื่อนำไปนั่งพินิจดูในที่ที่สะดวกสบายกว่านี้ เพราะถ้าดูสารรูปตัวเองตอนนี้แล้วคงเหมือนคนเป็นโรคจิต ยืนยงโย่ยงหยกอยู่หน้าตู้ปลา เสกนิ้วให้กลายเป็นไส้เดือนหลอกล่อปลาไปซ้ายขวาเพื่อดูลวดลายข้างลำตัวที่เปลี่ยนไป

แค่ทำเองยังปวดหัวเลย สงสัยเจ้าปลาน้อยที่กำลังดูอยู่คงรำคาญใจอยู่ไม่น้อย

ผมใช้ความพยายามอยู่พักใหญ่ ๆ กว่าที่จะถ่ายรูปปลาได้อย่างที่ต้องการ สำหรับตากล้องทั้งมืออาชีพและไม่อาชีพ ผมเชื่อว่าต้องเคยเจอปัญหานี้กันทุกคน เพราะพระเอกของเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย คอยแต่จะอยู่ในความวิตกกังวลและหวาดระแวงตลอดเวลา

ใจก็คงจะคิดไปด้วยว่า..

มันจะทำอะไรกับตูนะ ๆ ๆ ???  จู่ ๆ ก็มีแสงด้วยแวบ  ๆ แสบตาออกมาด้วย!!!  สังเกตได้จากแววตาที่ดูตื่นตระหนกของเจ้าตัวน้อยเหล่านั้น

กว่าจะหลอกล่อสำเร็จต้องอาศัยทีเผลอและลูกฟลุ๊กผสมรวมกับความอดทนอยู่นาน จนสามารถจับเบี้ยวคุงมาใส่ในกระดาษล้างรูปแผ่นบาง ๆ ได้ เบื้องหลังแต่ละภาพที่คุณเห็นดูง่าย ๆ จริงๆ  แล้ว แลกมาด้วยน้ำอดน้ำทนจนเลือดตาแทบกระเด็น

เมื่อได้วัตถุดิบพร้อมสรรพ ผมก็เริ่มควานหาสูตรปรุงความรู้ใหม่นี้เลยไม่รอช้า เริ่มต้นด้วยการเอาภาพที่ได้แต่ละภาพมาเรียงต่อกันแบบ ตัวต่อตัว ช็อตต่อช็อต ดังที่คุณกำลังจะได้เห็นดังต่อไปนี้..

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เรามาดูกันที่ละ 2 ภาพ หรือแถวบ้านผมเรียกที่ละคู่กันดีกว่า

ในคู่แรก ภาพทางด้านบนเป็นเบี้ยวคุงเมื่อ 15 ปีก่อน และทางด้านล่างเป็นเบี้ยวคุง ณ บัด now ภาพนี้สิ่งที่บอกเราได้แบบเน้น ๆ ไปเลยนั่นก็คือ มุกปลาที่บริเวณหัวของมัน ผุด ขึ้น เริ่มสว่างวาบเป็นลายประกายดาวยามเมื่ออายุอานามได้ที่ หรือก็คือเมื่อปลาเริ่มแก่ตัวลง

เบื้องต้นครั้นเมื่อปลายังเล็กอยู่ เราจะเห็นว่ามุกบริเวณหัวของมันแทบจะไม่มีเลย ถ้าคุณมองทางตัวซ้ายดี ๆ ก็อาจจะเห็นได้บ้างเล็กน้อยพอให้หายคิดถึง แต่หลัก ๆ แล้วมีไม่มาก

(มีคาดหน้าผากอยู่นิดหน่อย ผมแทบไม่อยากจะนับ ส่วนเหนือปากและหน้าผากอันกลมกลึงนั้น ไม่มี!)

แต่เมื่อเวลาผ่านไปลายบนตัวปลาจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง

มุกเล็ก ๆ ที่เมื่อยังเด็กอาจจะแฝงตัวอยู่ลึกมากจนมองไม่เห็นเริ่มลืมตาตื่นและรู้ตัวถึงหน้าที่ของตัวเองที่จะต้องออกมาโชว์ความงาม จึงเริ่มแสดงตัวออกมา แต่มาคิดได้เมื่อสายไปหน่อยขนาดของมุกจึงเบ่งได้เพียงเล็ก ๆ ใหญ่ไม่ทันเพื่อน ๆ ที่ออกมาดูโลกพร้อม ๆ กับเจ้าลูกปลาน้อยตัวนี้ คล้ายกับเป็นละอองดาวที่อยู่ในระบบสุริยะ แม้จะไม่ยิ่งใหญ่แต่ก็เป็นส่วนเติมเต็มให้ท้องฟ้าเกิดความงดงาม

ตรงนี้เป็นจุดที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ เพราะเมื่อเวลาเราไปเลือกซื้อปลามาเลี้ยงหรือต้องการจะคัดปลาสวยมาเก็บไว้ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องดูนั่นก็คือ บริเวณหน้าผากของปลามีมุกอยู่บ้างหรือเปล่า บอกกันตรง ๆ เลยว่า ถ้าไม่มีมุกเลยตั้งแต่เหนือปากไปจนถึงบริเวณครีบบน ถ้าเลือกได้ก็จงอย่าเลือก!!

เพราะนอกจากโอกาสที่มุกจะขึ้นยากทำให้ปลาไม่แจ่มแล้ว บางครั้งถ้าเกิดขึ้นมาน้อยและดันเล็กอีก ปลาของเราคงไม่สวยแน่ ๆ

ถ้าเป็นผม เวลาดูปลาจะต้องเลือกปลาที่พอมีมุกก้าวข้ามผ่านบริเวณหน้าผากอยู่บ้างอย่างเจ้าเบี้ยวคุงนี้ เพราะถ้าปลาโตขึ้นมุกจะมีโอกาสขึ้นตามสูงมาก แต่ต้องทำใจนะ เพราะสิ่งที่คุณจะได้ไม่ใช่พระอาทิตย์, โลก, ดาวเสาร์ ฯลฯ

หากแต่จะเป็นดวงจันทร์หรือดาวเคราะห์น้อยแทน

อย่างเจ้าเบี้ยวคุงตัวนี้..

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet

ปลาสวยๆจิงๆคะ ที่บ้านก็สนใจอยากจะเลี้ยงเหมือนกัน
gclub

#2 By pammy (107.6.113.83|107.6.113.83) on 2015-07-14 14:47