L1-ก่อนตาย ผมอยากเห็นหิมะ

posted on 23 Jun 2010 07:42 by boynipan directory Fiction, Diary

 

 

 

                 - ในปี 2008 กับรางวัลสูงสุดสำหรับนักเดินทาง -

             เราทุกคนมีความฝัน และฝันของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน..

             ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด การรู้สึกตัวครั้งสุดท้ายของผมทำให้ผมรู้ว่าสักครั้งหนึ่งที่ได้เกิดมา ผมอยากเห็นหิมะด้วยตาของตัวเองสักครั้ง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้น มีเงื่อนไขมากมายที่จะไม่เอื้ออำนวยให้ความฝันครั้งนี้ของผมจะกลายเป็นความจริง

             โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยที่เรียกว่าเงิน

             แล้วบางอย่างที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น เมื่อผมได้ค้นพบเส้นทางสายใหม่ที่จะทำให้ผมสามารถทำความฝันได้สำเร็จโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ มุมคิดที่เกิดจากการดึงดันที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อจะทำความฝันให้เป็นจริงขึ้นมาให้ได้ หนึ่งในข้อพิสูจน์นั้นคือกระดาษแผ่นบางแผ่นนี้..

             ผมจ้องมองกระดาษที่ภายหลังผมพิมพ์ข้อความต่าง ๆ เติมคำลงในช่องว่างนั้นจนเต็ม ผมได้แต่จ้องมองมันอย่างไม่เชื่อสายตา..

 

 
 

            --------------------------------------------------------------------------------

             ถ้าเลือกได้ คุณอยากได้ใคร ชนชาติใดเป็นเพื่อนใหม่มากที่สุด เพราะอะไร?

             เพราะชั่วชีวิตนี้ของผมอยู่ในเมืองร้อนมาตลอด

             โดยมีภาพหิมะสีขาวเป็นเพียงของเย็นอยู่ในจินตนาการ อาจพอสัมผัสได้บ้างตามช่องFreezeของตู้เย็น แต่ถ้าว่าไป แค่จะเอาหัวเข้าไปก็ยังทำไม่ได้ ความฝันที่จะได้เห็นผืนหิมะสีขาวโผลนสุดลูกหูลูกตาของผมที่มีมาตั้งแต่เด็กจึงยังคงดำรงอยู่ แขวนลอยอยู่บนฟ้า เนิ่นนานอยู่ในอากาศมาจนกระทั้งบัดนี้

             ถ้าผมเลือกได้ ผมอยากไปทำความรู้จักกับชาวเอสกิโม ที่อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือ   (แคนาดา, ไซบีเรีย, รัฐอะแลสก้าของเดนมาร์ก หรือ เกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก)

             ทำไมน่ะหรือ?

             ก็เพราะพวกเขาเป็นคนที่ดำรงอยู่ในความฝันของผมมาโดยตลอดนะสิ อยู่แต่ในที่ที่มีแต่ หิมะ หิมะ และก็หิมะ

             พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในของเย็นของผมได้อย่างไร?, พวกเขาประกอบอาชีพอะไร?, ยามว่างพวกเขาจะทำอะไร?, ชีวิตที่อยู่กันคนละขั้ว(โลก)มันจะแตกต่างกันแค่ไหน? ฯลฯ

             คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าค้นหา และคำตอบคงจะรอเราอยู่ที่ไหนซักแห่ง..

             ถึง “เพื่อนต่างฟ้าที่อยู่แดนไกล

             นั่นคือความคิดเห็นของผม

             แล้วคุณล่ะ จะคิดเหมือนกันกับผมไหม?!

 

 

             คุณจะใช้วิธีการใด ที่จะทำให้คน ๆ นั้นเปิดใจยอมรับคุณเป็นเพื่อน?
 

             ตอนที่ไป ผมจะนำ Heineken ไปด้วย

             ผมจะใช้รสละมุนของ Heineken ทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่น และจะใช้รอยยิ้มแห่งสยามทำให้พวกเขามาเป็นเพื่อน แต่ถ้าแค่นั้นยังไม่พอ ผมจะพิชิตใจพวกเขาด้วยการนำเอามายากลอันสุดแสนมหัศจรรย์ไปแสดงให้พวกเขาดูด้วย ทำให้พวกเขาสนุกและมีรอยยิ้ม และเรื่องของภาษาก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะแม้เราจะคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่รอยยิ้มที่ปรากฏจะทำให้พวกเรามาเป็นเพื่อนกันได้

             แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเวลาเล็ก ๆ ที่พวกเราได้รู้จักกัน แต่การที่เรามีรอยยิ้มที่อบอุ่นมอบให้แก่กัน แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว.

             “แด่มิตรภาพของเรา แด่มิตรภาพของ Heineken

 

             คุณจะเลือกผู้กำกับฯ คนไหนให้เดินทางไปด้วย เพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการสร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ในครั้งนี้ ?

             คุณย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับ แฟนฉัน/เด็กหอ

             -------------------------------------------------------------------------------- 

 

 

             ..นี่คือตั๋วเดินทางที่จะพาผมไปหาหิมะครั้งใหม่สำหรับผม

             ผมรับรู้ถึงมันได้จากคำเชิญชวนที่แสดงตัวอย่างชัดเจนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า..

            “ Heineken เชิญคุณสัมผัสประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตด้วยการเดินทางไป Say Hi กับ เพื่อนใหม่ได้ทั่วโลก ฟรี พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเป็นภาพยนตร์สั้นแห่งมิตรภาพร่วมกับ 4 ผู้กำกับฯ ชั้นนำของประเทศ

             ผมรู้ว่านั่นคือโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต และผมจะไม่ยอมพลาดมัน

             ผมรู้สึกได้ถึงใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

             บัดนี้.. การล่ารางวัลครั้งใหม่ของผมได้เริ่มขึ้นแล้ว..

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบที่ "ผมจะใช้รสละมุนของ Heineken ทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่น" อ่านแล้วจี๊ดีครับ

#1 By HiKURE on 2013-03-15 10:45