L3-ผงาดง้ำ ค้ำโลก (1)

posted on 28 Jun 2010 01:07 by boynipan directory Fiction, Diary

             

             ‘ทุกอย่างพร้อมแล้วเหลือแค่เงิน!

             สำหรับกลุ่มผู้มีจตุปัจจัยน้อย เรามักคุ้นเคยกับประโยคนี้กันอยู่บ่อย ๆ

             แม้เงินจะไม่ใช่ ‘พระเจ้า’ อย่างที่ใครหลายคนว่าไว้ แต่หลายครั้งที่การดำเนินชีวิตสอนให้เรารู้ว่า หากเรามีเงินในจำนวนที่มากพอ เราก็จะสามารถทำความฝันหรือในสิ่งที่เราต้องการนั้นได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องรอนาน ตัวอย่างเช่น สมมุติว่ามีเศรษฐีแห่งทะเลทรายผู้หนึ่งมีความต้องการอยากเห็นหิมะสักครั้งในชีวิต โปรดอย่าถามเขาว่าจะไปชมที่ไหนหรือเมื่อไหร่ เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจมีความสำคัญน้อยกว่าการที่เขาต้องการจะไปเลือกชมด้วยวิธีใด เช่น จะนั่งเฮริคอปเตอร์บินวนชมทัศนียภาพจากบนฟ้าที่ทำให้ได้มุมมองแบบ Bird eyes view, หรือจะชมกันแบบระยะประชิดโดยใช้สุนัขลากเลื่อนลัดเลาะตามพุ่มไม้เตี้ยรอบเชิงเขา หรืออาจจะเป็นการไปนั่งจิบไวน์บนเรือสำราญที่อาจจะมีวาฬเพชฌฆาตว่ายเคียงคู่จกันไปด้วย

             ในขณะที่ความคิดนี้สำหรับใครหลายคน เพียงแค่ได้ซื้อหนังสือนำเที่ยวสักเล่มหนึ่งก็นับว่าดีมากแล้ว

             ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ ‘ความแตกต่างคือความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ

             สิ่งสำคัญที่เราจะต้องเรียนรู้จากโลกใบนี้ก็คือ แต่ละคนมีต้นทุนชีวิตที่ไม่เท่ากัน ส่งผลให้ ‘มี’ หรือ ‘ไม่มี’ แตกต่างกัน การจะบริหารชีวิตหรือทำความฝันให้สำเร็จได้ เราจะต้องตระหนักรู้ถึงตัวเราเองในปัจจุบันให้ได้เสียก่อน ต้องรู้ให้ได้ว่าตัวเองในปัจจุบันนั้นมีอะไร ขาดอะไร และอะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินไปข้างหน้าเพื่อไปให้จุดหมายที่เราต้องการ

             ‘มดก็ย่อมมีแนวคิดในแบบฉบับของมด’  

             คนแต่ละคนจึงมีวิถีต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน

             มองย้อมกลับมาดูตัวเอง ผมพบความจริง 2 ข้อที่ผมกำลังเผชิญอยู่..  

             1.ผมมีความฝันที่จะบินข้ามฟ้าไปหา ‘หิมะ’ ที่ผมรัก และ

            2.ผมไม่มีเงินที่จะใช้เพื่อการนั้น!!

            เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่างทางบ้าน ทำให้ผมไม่มีความพร้อมที่จะเสียเงินในจำนวนมาก ๆ เพื่อไปทำตามฝันของผมได้ ข้อเท็จจริงทั้ง 2 ข้อนั้นสำหรับผมมันจึงนับว่าเป็นสิ่งที่ดูจะขัดแย้งกันอยู่มาก นี่คงเป็นกำแพงด่านแรกที่จะเป็นบททดสอบ ซึ่งหากเราคิดบวก คงไม่มีสิ่งไหนในโลกที่เราจะได้มาอย่างง่ายดาย

            นี่แหละคือความฝัน หากมันเป็นไปได้ง่ายมันคงเรียกมันว่า ‘ความจริง ’

            ในตอนนั้น เมื่อผมลบคำว่า ‘ยอมแพ้’ ออกไปจากพจนานุกรม การเดินหน้าท้าทายจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ หากจะมีพงหญ้าที่รกหูรกตาขวางทางอยู่บ้าง สิ่งที่ต้องทำคงมีแต่ต้องถางทางให้โล่งเตียนด้วยน้ำมือของตัวเองเท่านั้น  ใช้กำลังแบบมด ๆ ของเราที่มีเบิกทางเพื่อให้ได้ความฝันของเรามา

            ‘ความฝันของเราจะเป็นจริงได้อย่างไร?’ ผมเริ่มต้นคิดทบทวนถึงคำตอบอย่างจริงจัง

            ‘ไปเห็นหิมะ โดยไม่เสียเงิน?!’

            หลังจากที่ครุ่นคิดหาทางออกอยู่นาน ในที่สุดวันหนึ่งผมก็เริ่มรู้สึกได้ถึงการก้าวเดินไปอย่างช้า ๆ ก่อนหน้านี้ผมมีแต่คำว่า ‘เป็นไปไม่ได้อยู่เต็มหัว’ ความเป็นไปได้ในโอกาสที่มองเห็นช่างริบหรี่ แต่เมื่อผมลองกลับมาคิดใหม่โดยลบกรอบทั้งหมดออก ลองลบข้อจำกัดทั้งหมดก่อนคิด ผมก็พบว่าที่จริงแล้วคำตอบที่หลบซ่อนตัวอยู่ช่างเข้าใจง่ายจนชวนขนลุก การคิดโดยไร้ข้อจำกัดเหมือนเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยจินตนาการทำให้ผมเห็นบางอย่างที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็น..

  

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เข้ามาเพราะหัวเรื่องแท้ๆ เชียวsad smile

#1 By El amor de la luna on 2011-05-21 08:31