ภายหลังจากที่พิจารณาเนื้อหาทั้งหมดที่ดังกล่าวมา ผมก็พบว่าความเป็นไปได้ของเราอยู่ตรงนี้..

            กล่าวคือ ด้วยความที่ต้องคิดหาผลงานเพื่อใช้ส่งเข้าประกวด ต้องเตรียมเอกสารใบสมัครต่าง ๆ มากมาย  รวมทั้งต้องหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่บางครั้งในชีวิตจริงอาจไม่เคยซื้อเลยให้ครบตามเงื่อนไข สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้สมัครเกิดความรู้สึก ‘ยุ่งยากลำบากใจ’ เกิดขึ้น จนกลายเป็นใต้ฝุ่นน้อยที่คอยรบกวนจิตใจ และด้วยความรู้สึกนี้เองที่จะเป็นตัวคัดกรองผู้สมัครส่วนหนึ่งที่ไม่อยากเขียนอะไรมากไปกว่า  ‘ชื่อและที่อยู่’ ให้ออกนอกสนามแข่ง  ทำให้จำนวนผู้สมัครลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ และช่วยสร้างโอกาสให้กับเราได้มากกว่าในกรณีแรก

            จากผู้ส่งชิงโชคทายผลฟุตบอลโลกกว่า 150 ล้านคน, ตั้งชื่อลูกหมีแพนด้ากว่า 20 ล้านคน เมื่อเจอทางเดินที่ยากลำบากมากขึ้น ทำให้เหลือผู้สมัครชิงรางวัลด้วยวิธีนี้ไม่ถึงหมื่นคน จากรายงานที่ผมทราบในบางครั้งอาจน้อยกว่าห้าพันคนเสียด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับวิธีการแรกแล้วนับว่าน้อยลงไปหลายเท่าตัว แต่เป็นน้อยแบบมีคุณภาพที่มากไปด้วยความตั้งใจ    

            ซึ่งนับเป็นคู่แข่งที่แท้จริงของเราต่อจากนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการแข่งขันที่ท้าทาย

            ‘ไม่มีทางเลือกหากต้องการเห็นหิมะ’  ผมบอกกับตัวเอง กำแพงหญ้าด่านต่อไปที่จะต้องผ่านให้ได้ นั่นคือ การผ่านในรอบคัดเลือกให้จงได้ บนกองเอกสารซ้ำ ๆ กันนับร้อยนับพันจากผู้ชิงรางวัลจากทั่วประเทศ  ทั้งหมดจะถูกคัดเลือกเหลือเพียงไม่กี่ใบเพื่อเข้าสู่กระบวนการตัดสินผู้โชคดีในขั้นตอนสุดท้าย

            และผมก็จำเป็นจะต้องติดหนึ่งในนั้น

            ทุกอย่างจะกลายเป็นความว่างเปล่าถ้าไม่สามารถผ่านขั้นตอนนี้ได้ ผมรับรู้ได้อย่างเดียวว่าเวลาแห่งการใช้ ‘เคียว’ แห่งความคิดได้มาถึงแล้ว

            “บนกองเอกสารสูงท่วมหัวที่แสนจะน่าเบื่อ เราจะทำตัวให้โดดเด่นออกมาได้อย่างไรในสายตากรรมการ?!” ผมเริ่มต้นถามตัวเอง

            ทุกคนต่างคิดได้ แต่เราต้องคิดให้มากกว่าคนอื่นไปอีกขั้น

            ในกรณีนี้ผมได้ลองคิดหาทางออกโดยใช้กลยุทธ์พื้นบ้านที่สุด คือ การ ‘เอาใจเขามาใส่ใจเรา’ หากเราได้เป็นคณะกรรมการตัดสินจะตัดสินผู้โชคดีสักคน เราจะเลือกใครหรือเอกสารชิ้นใดให้ผ่านการคัดเลือก และมีวิธีดูอย่างไรได้บ้าง? ผมเริ่มจดในสิ่งที่คิดทั้งหมดลงไปในกระดาษ ทั้งหมดเท่าที่ผมพอจะคิดได้ หลักคิดไม่น่าจะแตกต่างกันมาก แต่ถ้าจับทางได้นั่นย่อมหมายถึงการเพิ่มโอกาสให้กับตัวของผมเอง

            หลังจากคิดอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเคียวเล็ก ๆ ก็ได้เผยให้ผมได้เห็นถึงคำตอบ แม้จะเป็นคำตอบที่ดูจะคลุมเครือไปเสียหน่อยก็ตามที กล่าวคือ ผมคิดว่าคณะกรรมการตัดสินนั้นน่าจะต้องดูทั้งหมดในทุกองค์ประกอบในใบสมัคร ทั้งเนื้อหาที่เขียน, ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชิ้นงาน รวมถึงในเรื่องของความตั้งใจที่มิอาจจับต้องได้ แต่รู้สึกได้..

            คล้ายกับการประกวดนางงาม

            รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งหรือในอันดับต้น ๆ ควรจะเหมาะสมกับนางงามที่มีรูปร่างภายนอกได้สัดส่วน ใบหน้าสวยงาม ดูดีมีสง่า มองให้ลึกถึงภายในจะต้องเป็นคนฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบดีเยี่ยม  รู้จักคิด รู้จักพูด ซึ่งดูได้จากการสัมภาษณ์ ถ้าสวยแต่รูปแต่จูบไม่หอมก็คงจะบอกไม่ได้เต็มปากว่าเป็นความสวยที่สมบูรณ์แบบเท่าใดนัก

            งานที่ใช้ส่งผมก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น

            หากส่งเนื้องานดีเนื้อหายอดเยี่ยม แต่ลายมืออ่านไม่ออก เขียนบนกระดาษยับ ๆ หรือเนื้อความ เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำหมึกแห้งเกรอะกรังคงทำให้งานทั้งหมดออกมาดูไม่ดี เพราะกรรมการอาจเลือกที่จะโยนลงถังขยะมากกว่าที่จะพยายามอ่านเนื้อหาที่อยู่ภายใน (เพราะยังมีบทความของคนอื่นรอให้ต้องอ่านอีกมาก) การกระทำนั้นจึงเป็นการปิดโอกาสของตัวเองตั้งแต่ต้น เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย อย่างน้อย ๆ สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นกับเราก็คือ บทความของเราควรจะได้ผ่านตาคณะกรรมการหมดทุกตัวอักษรเสียก่อน  บทความที่ดีไม่ควรจะสั้นเกินไปหรือยาวจนน่าเบื่อ  การพิมพ์และปริ้นออกมาให้เป็นเรื่องเป็นราวจะทำให้การอ่านนั้นดูง่าย  การเข้าเล่มให้น่าหยิบจับอาจสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น และจะช่วยสร้างให้เอกสารของเราได้ดูดีโดยไม่ต้องบอกกล่าว ผมพยายามตัดปัญหาเรื่องลายมือและการทำแบบส่งไปทีให้พ้นทาง

            เนื้อหาจะดีหรือไม่ดีค่อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

            ที่สำคัญ ผมต้องการจะสื่อไปถึงคณะกรรมการด้วยว่า ความเรียบร้อยดูดีของเอกสารเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจทำเป็นอย่างยิ่ง บอกพวกเขาถึงการให้ความสำคัญของกิจกรรมนี้ว่ามีมากมายสักเพียงไร และผมคาดหวังกับมันอย่างไร..  

            โดยที่ผมไม่ต้องพูด

            แม้มันอาจจะดูเป็นการลงทุนและดูยุ่งยากเกินกว่าเหตุ แต่นี่แหละเป็นกลยุทธ์ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะช่วยทำให้เราดูดีและโดดเด่นกว่าคนอื่น และช่วยสร้างความแตกต่างในกองเอกสารนับร้อยพันให้กับเราได้  ทำให้คณะกรรมการได้รับมากกว่าคำว่า ‘พอใจ’ นั่นคือเกิดความ ‘ประทับใจ’ จากสิ่งที่ผ่านจากมือของเราไป

            ชัยชนะจะเป็นของผู้ที่เตรียมพร้อมและวางแผนมาอย่างดีแล้วเท่านั้น ผมคิดแบบนั้น

            และเชื่อเถอะว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะได้มาฟรี ๆ หรอก..!!
 
 

                (โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เฮ้อ . .
"อย่าเพิ่งทิ้งผมเลยนะ ช่วยหยิบจับซักนิดเถอะ
เรียบร้อยขนาดนี้จะทิ้งกันเลยไม่เสียดายแย่หรือ"
นึกถึงตัวเองเมื่อหลายเดื่อนที่แล้วแห๊ะ
.
เขียนโหดตามเคย
O,O

#2 By GotACurvedSword on 2012-07-20 00:58

ถ้าจะจริงเนอะ อะไรก็แล้วแต่ที่จับต้องได้

ไม่ได้มาฟรีๆ แน่นอน

กว่าจะได้อะไรมา หลายคน ก็ต้องปีนขึ้นไป

บนกองผู้คน เพื่อให้ถึงยอดสูงสุดนั้นให้ได้

ก็ต้องผ่านการเตรียมพร้อมและวางแผนให้ดี

จึงจะประสบความสำเร็จ

แต่อากาศที่เราหายใจอยู่ เราได้มาฟรีๆ เนาะ

ไม่ต้องเสียตังค์ง่ะ

ยังทะยอยไล่อ่าน ไปทีละเอนทรี่อยู่

นี่แค่ไม่กี่เอนทรี่ ก็เห็นถึงความเป็น

จิงจังแมนอยู่ในตัว จริงๆ ทีเดียวเชียว







sad smile open-mounthed smile

#1 By ตีรณา on 2010-11-01 07:56