L9-โลกนี้ คือ ละคร (1)

posted on 30 Jun 2010 22:57 by boynipan directory Fiction, Diary

 

                   

             10 : 1 เป็นตัวเลขที่ต้องลุ้น

             จากผู้ผ่านการคัดเลือก 300 คน 30 คนเท่านั้นที่จะโชคดีมีสิทธิ์ได้เดินหน้าต่อ เป็นผู้รอดชีวิตจากการคัดกรองด้วยน้ำมือมนุษย์ คล้ายกับในเกมส์ Survival หากจะแตกต่างก็ตรงที่เริ่มเล่นโดยไม่รู้ตัวและธรรมชาติมิใช่เป็นตัวกำหนด

             ผมเฝ้ารอโทรศัพท์ด้วยใจระทึก ความหวังและความฝันผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดอีกครั้ง  ลึก ๆ แล้วผมรู้สึกดีกับอารมณ์เหล่านี้ ท่ามกลางผู้คนหลายล้านคนที่เดินผ่านไปมา จะมีใครซักกี่คนที่จะมีช่วงเวลาที่กำลังจะพบเจอกับเรื่องราวดี ๆ อยู่ ช่วงเวลาที่จะได้รอลุ้นว่าความฝันจะเป็นจริงหรือไม่

             โอกาสของผมรออยู่แค่เอื้อม

             และแล้วโทรศัพท์ปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้ง ผมคาดหวังกับเหตุการณ์นี้ด้วยมีลางสังหรอย่างประหลาด คงเหมือนที่หลายคนเคยบอก ชัยชนะที่ดีต้องไม่มีคำว่าบังเอิญ หากแต่เกิดจากการวางแผนที่ดี เตรียมพร้อม และพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วเท่านั้น มันจึงจะเกิดขึ้นได้

ที่ผ่านมา ผมรู้ว่าผมกำลังทำในสิ่งเหล่านั้น

             “คุณนิพันธ์ใช่ไหมครับ จากรายการ Asian Max นะครับ คุณผ่านการคัดเลือกเข้ารอบ 30 คนสุดท้ายนะครับ” ใครซักคนในสายเริ่มต้นขึ้น

             “จริงเหรอครับ! ขอบคุณครับ ๆ” ผมยิ้มและกำมือแน่นโดยที่คู่สายของผมไม่มีทางเห็น ด้วยความรู้สึกราวกับศูนย์หน้าฟุตบอลที่สามารถเตะทำประตูได้ เพียงแต่ไม่ได้ไถลไปกับพื้นเพราะกลัวก้อนกรวดที่กระจายอยู่เบื้องหน้าจะมาฝังอยู่ทั่วร่าง    

             “ยินดีด้วยนะครับ ทางเราจะขอนัดคุณอีกครั้งเพื่อเตรียมพร้อมในการคัดเลือกรอบสุดท้ายนะครับ”  เสียงในสายพูดต่อ

             “ครับผม ที่ไหนครับ ...!?”  ผมถามกลับ

             จากนั้นชายที่อยู่ในสายก็บอกถึงสถานที่นัดพบซึ่งเป็นโรงแรมหนึ่งแถว ๆ ประตูน้ำ แจ้งวันและเวลานัดพบ และบอกด้วยว่าจะมีการประชุมครั้งสุดท้าย ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะไปพบกันที่นั่นทั้งหมด  ไม่ต้องเตรียมอะไรไป เน้นว่าให้ไปก่อนเวลา หลังจากสอบถามเพื่อความมั่นใจอีกนิดหน่อย เราทั้งคู่ก็วางสาย

             การนัดหมายในครั้งนี้ดูจะง่ายดายอีกแล้ว ‘ให้ไปตัวเปล่าไม่ต้องเตรียมอะไรไป’ แต่ใครเล่าจะทำได้  อย่างน้อย ๆ เรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็ต้องให้ดูดีไว้ก่อน ผมคิดอย่างนั้น เพราะผู้ที่ผ่านมาถึงขั้นนี้ได้ย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

             ผมเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่อยู่นาน จนกระทั่งวันนัดพบมาถึง ผมไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อยประมาณครึ่งชั่วโมงเศษด้วยเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ตัวโปรดที่คิดว่าดีที่สุด หลายคนมาถึงก่อนแล้วกระจัดกระจายอยู่แถวหน้าห้องประชุม  เพียงแค่มองผ่าน ๆ จะเห็นว่าแต่ละคนที่มา ณ ที่นี้ดูดีมากถึงมากที่สุด ทุกคนแต่งกายตามโฉบเฉี่ยวทันสมัย จนทำให้นึกไปว่าที่นี่น่าจะเป็นศูนย์รวมแฟชั่นระดับโลกมากกว่าที่จะเป็นแค่การนัดประชุมธรรมดา

             ทุกคนพยายามนำเสนอตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อเก็บคะแนนขวัญใจช่างภาพตั้งแต่ต้น ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะท้ายที่สุดแล้วสำหรับผู้ที่ได้รับเลือก เวทีนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการแจ้งเกิดในวงการบันเทิงเลยก็เป็นได้ เป็นเวทีที่ไม่ต่างอะไรกับพรมแดงที่รอให้ดวงดาวก้าวไปเจิดจรัส

             เราอยู่บนโลกของการแข่งขันที่ทุกวินาทีมีค่า ผมรู้ตัวดีและสงครามที่แท้จริงของผมมันได้อุบัติขึ้นแล้ว

             เมื่อถึงเวลาและทุกคนต่างพร้อมนั่งประจำที่ การประชุมจึงได้เริ่มขึ้น ในลำดับแรกพี่ ๆ ทีมงามกล่าวชื่นชมผู้โชคดีทุกคนที่สามารถผ่านการคัดเลือกหลายรอบจนมาถึงขั้นนี้ได้ และให้กำลังใจกับทุกคนว่าให้พยายามต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ ผมน้อมรับความหวังดีนั้นอยู่เงียบ ๆ  ต่อจากนั้นจึงได้เข้าถึงเนื้อหาหัวข้อของการประชุม หลัก ๆ มีอยู่ 2 ข้อ และทั้ง 2 ข้อนั้น ทำให้ผมจิตหลุดอย่างแสนสาหัส ถ้าเป็นหนังจีนกำลังภายในก็ถึงขั้นลมปราณแตกซ่าน เลือดออกครบทุกทวารทั้ง 5 ด้วยผมต้องพบเจอในสิ่งที่ผมไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่าจะเจอมัน 

 

                 
                   (โปรดติดตามตอนต่อไป)
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet