L9-โลกนี้ คือ ละคร (2)

posted on 30 Jun 2010 22:58 by boynipan directory Fiction, Diary

 

                

             นั่นเพราะ ข้อแรก การคัดเลือกสถานที่ปลายทางของแต่ละคนทั้งที่จะไป ฮ่องกง, มาเก๊า และเกาหลี จะใช้วิธีพื้นบ้านที่แสนจะเรียบง่าย นั่นคือ ใช้วิธีจับฉลากที่จะเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ และข้อสองที่ร้ายแรงกว่านั้น การแข่งขันในรอบสุดท้ายเพื่อหาตัวผู้ชนะจะใช้วิธีการแสดงละครสั้นคนละ 1 เรื่องโดยต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนด ณ สถานที่ศักดิ์สิทธ์ของเหล่าวัยรุ่นกลางกรุง Siam Center Point โดยทั้งหมดจะถูกบันทึกเทปเพื่อนำไปออกในรายการ..

             ‘ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องนี้?!’ ผมถามตัวเองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

             ผมจะไปเกาหลีได้อย่างไรถ้าผมจับฉลากผิด และเด็กบ้านนอกจะไปทำอย่างไรกับลานในเมือง ผมนึกตัวเองไม่ออก และผมจะเอาชนะได้อย่างไรก็ในเมื่อผมไม่ถนัดเรื่องของการแสดงเอาเสียเลย ทีแรกผมนึกแค่ว่าใช้การจับฉลากก็หาตัวผู้โชคดีและก็ไปได้  แต่นี่กลับผิดไปจากที่ผมคาดคิดไว้มาก ผมแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

             รายละเอียดการแข่งขันพอสังเขปจากที่ประชุมครั้งนั้น ผมพอจะสรุปได้ดังนี้

             เนื่องจากจำนวนผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมีทั้งสิ้น 30 คน และสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปด้วยกันมีทั้งหมด 3 ที่ ดังนั้น หลังจากนี้จะมีการจับฉลากแบ่งสาย ให้เหลือสายละ 10 คน ทั้งฮ่องกง, มาเก๊าและเกาหลี โดยการหยิบลูกปิงปองที่มีการเขียนรหัสไว้แล้วจากภาชนะทึบแสง ใครหยิบได้สถานที่ไหนก็ให้ลงชื่อไว้ ผู้โชคดี 6 คน สายละ 2 คนจะเป็นผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัลที่อันน่าชื่นชมยินดีนี้

            สำหรับเรื่องของการแสดงทางคณะกรรมการกำหนดไว้ง่ายมาก กล่าวคือ ไม่จำกัดหัวข้อการแสดง ขอให้แสดงอะไรก็ได้ภายในเวลา 7 นาที แต่มีเงื่อนไข คือ ต้องเกี่ยวข้องกับประเทศที่แต่ละคนจับฉลากได้ และในการแสดงนั้นจะต้องมีปลาเส้นตราฟิชโชไปแนะนำให้คนในประเทศนั้น ๆ ได้รู้จักด้วย โจทย์มีเท่านี้

             โดยมีกำหนดการแสดงในอีก 10 วันนับจากนี้ ทุกคนพร้อมกันที่สนามแข่ง

             “มีใครสงสัยอะไรไหมคะ?” พิธีกรสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นภายหลังจากที่ทำการชี้แจงจบ ภายในที่ประชุมแห่งนั้นเงียบสนิท ไม่มีคำซักถามใด ๆ เกิดขึ้น ที่จริงแล้วควรจะบอกว่าทุกคนคงยังอึ้งในสิ่งที่เพิ่งได้ยินน่าจะเหมาะสมกว่า เพราะเท่าที่ผ่านมา เงื่อนไขสุดท้ายนี้ไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อนว่าจะต้องเจอ

             “ถ้าไม่มี อย่างนั้นขอให้ทุกคนเดินไปจับฉลากในกล่องทางด้านข้างของเวทีได้เลยนะคะ จากนั้นให้ลงชื่อไว้ด้วยคะ

             และในทันที ผู้โชคดีทั้ง 30 ชีวิตก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกันราวกับทหารที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี อาจจะแตกแถวไปบ้างแต่ทุกคนก็พร้อมจะทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ผมที่ลุกขึ้นช้าสุด  ในใจผมกำลังสับสนกับความคิดหลายเรื่อง ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับอนาคตอันใกล้ที่แสนบอบบาง

             อนาคตอันใกล้ที่มีน้ำแข็งเย็น ๆ เป็นเดิมพัน  

             ผมยังคงสับสน ไม่แน่ใจตัวเองระหว่างจะรอเป็นคนสุดท้ายให้คนอื่นเลือกกันไปก่อนทั้งหมดดีไหม  ไหน ๆ การจับฉลากก็เป็นเรื่องของดวงอยู่แล้ว ให้คนอื่นเลือกดวงของตนเองไปกันจนหมดสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่ก็จะเป็นเส้นทางสำหรับผม เส้นทางที่ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย แค่อยู่นิ่ง ๆ และรอดูเฉย ๆ

             กับอีกใจหนึ่ง ท่ามกลางลูกปิงปองกลม ๆ มากมายเหล่านั้น หรือผมจะไปเป็นคนแรก ๆ ที่เลือกหยิบเป้าหมายด้วยตัวของผมเอง เป้าหมายปลายทางที่จะเป็นอนาคตของเรา จะใช่หรือไม่ใช่ก็เป็นสิ่งที่เราเลือกแล้ว และจะไม่นึกเสียใจในภายหลัง

             บนเส้นทางชีวิตจริง ในช่วงเวลาหนึ่งเราต่างคนก็ต่างต้องเคยมีช่วงเวลาแบบนี้เกิดขึ้น และในบางครั้งมันก็จำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

             หลายคนเริ่มทยอยเข้าไปต่อคิวแล้ว ไม่มีเวลาให้คิดมาก ผมจำเป็นต้องรีบตัดสินใจว่าจะไปก่อนหรือหลังดี เมื่อลองคิดทวนดู เส้นทางนี้เราเป็นคนเลือกมันเองตั้งแต่ต้น ในอุโมงค์มืดเราเป็นคนเลือกที่จะก้าวขาเดินออกไปข้างหน้า เฝ้าหาหนทางที่แม้จะยากลำบากแต่ก็ยังเดินต่อไปเพื่อทำตามฝัน

             ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องรอหนทางที่เหลือเลือก ผมเองต่างหากที่จะต้องเป็นผู้กำหนดมันเองให้ถึงที่สุด ชีวิตเป็นของเรา หนทางที่เดินก็ควรขึ้นอยู่กับเรา

             ขอเพียงอย่างเดียวให้ ‘เกาหลี’ ทีเถอะ แม้ผมจะไม่ค่อยมีดวงอะไรกับเขาก็ตาม

             ไม่รอช้า เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมลุกขึ้นและรีบเดินเข้าไปต่อแถวที่ยังคงอลม่านอย่างรวดเร็ว ตำแหน่งยืนถือว่ากำลังพอดีเพราะอยู่ในลำดับกลาง ๆ ของแถว การจับฉลากของแต่ละคนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่างคนต่างล้วงมือไปหยิบลูกปิงปองและนำขึ้นมาอ่านสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่ถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกไว้บนนั้น มีพนักงานหลายคนคอยจดอยู่ข้าง ๆ  จากคนหนึ่งไปคนที่สองและคนต่อ ๆ ไป

             แทบไม่ทันได้หายใจ ผมก็พบว่ามือของตัวเองได้ล้วงลงไปในกระป๋องใส่ลูกปิงปองเบื้องหน้าและกำลังเลือกบางลูกออกมาจากในนั้นแล้ว  หลังจากควานหาไม่นาน ปิงปองลูกหนึ่งก็ถูกหยิบลอยราวกับใช้แขนกลในตู้เกมส์ตุ๊กตา หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะรับรู้ได้ว่าบางสิ่งที่สำคัญกำลังจะเกิดขึ้น อนาคตที่กำลังกำอยู่ในมือ จุดหมายที่เป็นความฝันของเรา

             ด้วยใจที่เต้นแรง ผมท่องคำสองคำนี้ไว้อยู่ในใจ ‘หิมะ เกาหลี หิมะ เกาหลี

             แล้วผมก็เห็นมัน..?!

             บนลูกปิงปองสีแสดส้ม อักษรภาษาอังกฤษตัวหนึ่งปรากฏขึ้นมันถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีดำอย่างบรรจง ทีแรกผมมองไม่เห็นมันชัด หลังจากที่หมุนหาอยู่พักหนึ่ง มันจึงค่อยก็ปรากฏ ผมเพ่งมองดูมันด้วยความสงสัยทันทีที่ได้เห็น..

             มันคือตัวอักษรพิมพ์ใหญ่..

             ‘ตัว H..  อักษรย่อที่น่าจะมาจาก?’ ผมทำท่าแปลกใจ

             “เฮ้ย!!! 

 

 
 

 

 
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เฮอะๆ . .

#1 By GotACurvedSword on 2012-12-12 17:42