หัวใจนี้มีงานเข้า เมื่อรู้ว่าเกาหลีขึ้นต้นด้วยตัว K!!

             ถ้ารู้ว่าใช้อักษรย่อ ที่ผ่านมาผมจะนึกถึงแต่ ‘ตัว K’ ตลอด  และคำอุทานที่ถูกต้องก็ควรเป็น ‘โอ้ว.. เค!’ มากกว่าที่จะเป็น ‘เฮ้ย!’ ซึ่งอาจไม่สุภาพเท่าไรนัก

             ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว ภาพฝันสีขาวของหมู่หิมะแตกกระจายราวกับแก้วใสที่ตกลงสู่พื้น กำลังใจที่เคยเบ่งบานราวกับกุหลาบแรกแย้มในยามเช้า กลับเหี่ยวเฉาและแห้งตายอย่างฉับพลัน ผมทรุดฮวบลงในวินาทีนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันเป็นสภาพที่เกิดขึ้นภายในใจ ร่างกายเหมือนคนใกล้ตายและวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชากให้ออกจากร่าง ยอมรับว่าไม่เคยคิดถึงทางออกที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย ผมจึงทำใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ไม่ได้

             ในขณะที่จิตฟุ้งซ่าน พี่คนหนึ่งได้นำผมมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง   

             จับได้อะไรคะ?” ผมตื่นขึ้นจากภวังค์ที่กำลังย่ำแย่ มือหนึ่งลูบลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ อีกมีหนึ่งกำลูกปิงปองที่หยิบมาไว้แน่น

             “H Hongkong ครับ” ผมตอบพร้อมทั้งคืนหลักฐานชิ้นนั้นให้กับเขา  ไม่มีคำท้วงติ่งใด ๆ เกิดขึ้นอย่างที่แอบหวังไว้  “ไม่ใช่นะคะ H Korea ต่างหากค่ะ

             เธอเพียงยิ้มและได้แต่เชิญคนต่อไป

             ผมกลับมานั่งที่เดิมโดยมีคำว่า ‘ฮ่องกง ๆ ๆ’ ลอยไปลอยมาในหัว ผมไม่คุ้นเคยกับคำ ๆ นี้มาก่อนเลยในความรู้สึก พยายามนึกถึงแต่นึกไม่ออก หลังการจับฉลากเสร็จพิธีกรคนเดิมตรวจดูความเรียบร้อยและทบทวนกติกาอีกครั้ง ก่อนปล่อยให้แต่ละคนแยกย้ายกันกลับบ้าน หลายคนกลับไปทั้งที่ยังมึน ๆ รวมถึงผมด้วย

             สำหรับผม มันคือการ ‘มึน’ ไปเพื่อที่จะกลับมาพบกันใหม่ในศึกสุดท้าย

             หลังจากไตร่ตรองครุ่นคิด คำตอบเดียวที่ทำให้ผมยังไม่สามารถไปเห็นหิมะได้ในตอนนี้ อาจคงเพราะยังไม่ถึงเวลา ฟ้าคงพยายามที่จะบอกกับผมให้ผมรอก่อน รอให้โตกว่านี้อีกซักนิดแล้วค่อยเจอ

             แน่นอนว่าความคิดนี้ ผมคิดขึ้นก็เพื่อที่จะปลอบใจตัวเอง

             แต่ภารกิจครั้งนี้ยังไม่เสร็จลุล่วง!!

             ฮ่องกงยังเป็นเป้าหมายใหม่ที่รออยู่  ผมไม่อาจถอยหลังกลับได้แล้ว 20 % คือ โอกาสของแต่ละสายสำหรับคนที่จะกลายเป็นผู้โชคดี 10 คนเอา 2 คนหรือ 5 คนเอา 1 คน การชิงตั๋วเครื่องบินฟรีจึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาส ไหน ๆ เราก็มาถึงขั้นนี้แล้วถ้าได้รางวัลกลับไปด้วยก็น่าจะดี และคงดีกว่าที่ต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่าเป็นแน่แท้

             ครั้งหนึ่งกับการได้ย่างเท้าไปในดินแดนสนธยา ดินแดน ‘ต่างประเทศ’ ที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้ไปมาก่อน คงเป็นประสบการณ์ที่แปลกดีไม่เลว

             วินาทีนั้นจากสภาพที่หกล้ม ผมเห็นภาพของตัวเองที่กำลังขึ้นลุยต่อ คิดใหม่ไปกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและให้กำลังใจกับตัวเอง

             ‘ตอนหายใจผมอยากไปฮ่องกง!’ ผมเริ่มสะกดจิตตัวเองอย่างนั้น

             เกี่ยวกับการแสดงที่กำลังจะมาถึงนี้ เวลาเตรียมตัวนั้นสั้น สำหรับผม ทุกอย่างต้องเริ่มแล้ว  ผมต้องหาทางออกจากเรื่องการแสดงที่ไม่ได้ความของตัวเองให้ได้ มีเวลาคิด 10 วัน ผมควรจะทำอย่างไรในช่วง 7 นาทีพิศวงนั้นดี ในตอนแรกผมยังคิดอะไรไม่ออก

             หลักคิดเมื่อเจอกับสถานการณ์มืดแปดด้านก็เช่นเคย ผมทำทุกอย่างเหมือนเดิมนั่นคือการเริ่มต้นจากทุกสิ่งที่เรามี และไล่เรียงไปจากจุดนั้น

             ถ้าศิลปะการแสดง (performing arts) หมายถึง การแสดงออกซึ่งอารมณ์ ความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆ ตามที่หลายคนรู้จักกัน และอย่างที่อริสโตเติล (Aristotle) นักปราชญ์ชาวกรีกให้ความหมายไว้ว่า "ศิลปะการแสดง คือ การเลียนแบบธรรมชาติ" 

 

 

                  (โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

Comment

Comment:

Tweet