ผมลองเริ่มต้นด้วยการตั้งสมมุติฐานกับตัวเองดูว่า ถ้าต้องการให้การแสดงของเราออกมาดีที่สุด นั่นก็ต้องย่อมหมายถึง เราที่เราจะต้องลอกเลียนแบบธรรมชาติได้อย่างไม่มีที่ติด้วย

            แล้วอะไรคือ ‘การเลียนแบบธรรมชาติ?’ คำถามแปลก ๆ มากวนใจของผมอีกครั้ง

            ความหมายตามพจนานุกรม การเลียนแบบ หมายถึง พยายามทำให้เหมือนหรือคล้ายคลึงกับต้นแบบ  และ ธรรมชาติ หมายถึง สิ่งที่เกิดมีและเป็นอยู่ตามธรรมดาของสิ่งนั้น ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ยกตัวอย่างเช่น การจะเลียนแบบการกินอาหารของหมีแพนด้า ก็ต้องดูถึงท่วงท่าอาการในการหยิบจับอาหาร ลักษณะการกิน รวมทั้งความรวดเร็วในการเคลื่อนไหว

            ถ้าทำได้เหมือน ก็ถือว่าเยี่ยม

            ดังนั้น การเลียนแบบที่น่าจะดีที่สุดสำหรับผม ก็คงต้องเลียนแบบพฤติกรรมหรือสิ่งที่เราดูแล้วว่าเราถนัดที่สุด มีโอกาสทำบ่อยด้วยความชอบจนเกิดเป็นความชำนาญ สิ่งนั้นจะช่วยย่นระยะเวลาในการฝึกได้มาก เป็นทุนสำหรับการแสดงของเราได้ดีซึ่งจะก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน

            ผมตั้งคำถาม ๆ ตัวเองว่าตั้งแต่เด็กเรื่อยมาผมถนัดอะไร ชอบอะไร การแสดงต่อหน้าผู้คนจำนวนมากไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่าย ๆ  ไม่นับรวมถึงความตื่นเต้นกดดันและความอายที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นหากไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดแล้ว ในเวลาที่น้อยเพียงนี้เห็นทีว่าจะต้องแย่แน่

            ‘เราต้องค้นหาความสามารถของตัวเองให้เจอก่อนแล้ว ค่อยนำมาผูกเป็นเรื่องในภายหลัง’ ผมบอกกับตัวเอง

            ‘ในยามว่างผมชอบทำอะไร?’ ผมตั้งคำถาม

            ‘ร้องเพลง, เต้น, เล่นกีต้าร์, อ่านหนังสือและนอน!!’  คำตอบมีเท่านี้ แม้จะดูเหมือนมาก แต่ความรู้สึกลึก ๆ กลับบอกว่าสิ่งเหล่านี้ยังดูธรรมดาเกินไป ร้องเล่นเต้นรำเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ยิ่งถ้าทุกคนคิดเหมือนกันเช่นนี้ ความโดดเด่นก็จะกลายเป็นความกลมกลืนที่ซ้ำซากจนน่าเบื่อ

             ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่คงไม่ใช่จะได้มาด้วยวิธีที่ง่ายขนาดนั้น

             คิดจะชนะ สิ่งที่ใช้แสดงต้องล้ำลึกกว่านี้ ..

             ย้อนนึกถึงอดีต ภาพเด็กน้อยซุกซนคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น สิ่งที่ผมชอบทำในตอนนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นั่นคือ การดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่ของญี่ปุ่น การ์ตูนแปลงร่าง ขบวนการมนุษย์หลากสี ผมชื่นชอบตัวเอกที่คอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จากเหล่าศัตรูตัวร้ายมาก รู้สึกได้ถึงความเท่ห์และมีเสน่ห์ เป็นความหวังอันน่าชื่นชมของมวลมนุษยชาติ จำได้ว่าผมติดตามหนังแปลงร่างในสมัยนั้นแทบทุกเรื่อง จำชื่อตัวเอกได้ทั้งหมด และยังสามารถร้องเพลงที่แปลไม่ออกเหล่านั้นได้อีกด้วย

            แต่เมื่อเติบใหญ่ ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงจิตนาการที่ไม่มีอยู่จริง เป็นความสนุกสนานที่สร้างขึ้นเพื่อให้เด็กน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้เพลิดเพลินเท่านั้น และปีศาจในเรื่องไม่ว่าเรื่องไหนก็ไม่มีวันชนะผู้ผดุงคุณธรรมได้ ธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ แต่ถึงจะรู้กระนั้นความหลงใหลแบบเด็ก ๆ ก็ยังไม่เคยจางหายไป  เพียงแต่ถูกปรับให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น เข้าถึงและสัมผัสได้มากขึ้น เป็นฮีโร่คนใหม่ที่ไม่ต้องแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์และเรียกหุ่นยนต์เหมือนครั้งปางก่อน

            ชื่อเรียกเขาก็คือ ‘นักมายากล

            บุคคลซึ่งมีตัวตนอยู่ในชีวิตจริง มีลมหายใจเข้าออกและเกิดแก่เจ็บไข้เช่นเดียวกับเรา  เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่กินอาหารวันละ 3 มื้อ แต่ทั้งอย่างนั้นพวกเขาก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ยามเมื่อการแสดงเริ่มต้นขึ้น สร้างผลงานที่น่าประทับใจให้กับผู้ชมทุกเพศทุกวัยทั่วทุกมุมโลก

            โดยเฉพาะพระเอกในดวงใจของผม  David Copperfield  

            นักมายากลที่ถือเป็นมือ 1 ของโลก ความสามารถของเขาคนนี้ไม่มีอะไรมาก แค่เอาผ้าผืนใหญ่มาปิดเทพีเสรีภาพก็สามารถเสกให้หายไปต่อหน้าต่อตาได้ งานประติมากรรมสูง 46.5 เมตร   ของขวัญชิ้นงามจากฝรั่งเศสเฉลิมฉลองวันครบรอบ 100 ปีแห่งการประกาศเอกราชสหรัฐอเมริกา หายไปราวกับโดนลักขโมยภายในเวลาไม่กี่วินาที เหลือไว้แต่แท่นปูนที่เป็นฐานโล่ง ๆ  แม้ใช้เครื่องบินวนหลายรอบก็หาไม่พบ

            หรือการเดินข้ามกำแพงเมืองจีนโดยใช้เพียงผ้าขาวบางธรรมดากั้น เสกโบกี้รถไฟขนาดใหญ่หรือเครื่องบินที่มีคนดูยืนจับมือล้อมรอบให้หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ เสกเมืองทั้งเมืองให้หายท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ฯลฯ

            เขาบริหารความน่าฉงนเพื่อใช้เป็นเสน่ห์ในการดึงดูดใจได้อย่างยอดเยี่ยม คนดูได้แต่ยืนอึ้งและทึ่งไปกับสิ่งที่ได้เห็น มีเพียงรอยยิ้มและเสียงปรบมือดังสนั่นทั้งจากในและนอกจอ กลิ่นของความสุขฟุ้งตลบจนรับไม่หวาดไม่ไหว สำหรับผม David นับเป็นต้นแบบด้านการแสดงมายากลที่น่าประทับใจ  

            ด้วยความชื่นชมในตัวบุคคลมักก่อให้เกิดการพฤติกรรมลอกเลียนแบบ ผมจึงเกิดความคิดที่อยากทำได้อย่างนั้นบ้าง เป็นนักมายากลที่ทุกคนชื่นชอบ สร้างรอยยิ้มและความประหลาดใจให้แก่ผู้พบเห็นที่อยู่โดยรอบ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการหัดเล่นมายากลของผมตั่งแต่สมัยเด็ก กับมายากลง่าย ๆ ที่พอหาได้ตามแผงหนังสือ  โดยมีลูกค้ากลุ่มแรกเป็นเหล่าผองเพื่อนและกลุ่มเครือญาติ จากการเปิดการแสดงหลายรอบทำให้รู้ว่า  ที่ผ่านมากลุ่มผู้ชมมีทั้งแบบเต็มใจดูและจำเป็นต้องดู ฮาบ้างฝืดบ้างคละเคล้ากันไป

            แต่นั่นก็เป็นหนึ่งในตัวตนของเรากับบทบาทการแสดงเล็ก  ๆ

            ผมนึกไปถึงการแสดงที่รออยู่เบื้องหน้า.. ‘มายากล’ นี้แหละคือคำตอบที่ใช่  

            ด้วยประสบการณ์ที่ผมพอมีอยู่บ้างน่าจะสร้างแต้มต่อให้เกิดเรื่องราวที่น่าสนใจขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือต้องรีบรื้อฟื้นกลเม็ดเก่า ๆ ในอดีตให้กลับมาใหม่โดยเร็ว  นาฬิกานับเวลาถอยหลังลงทุกนาที

            เวลาของผมเหลืออีกไม่มากแล้ว!!
 
 
 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วขำดี กรั๊กๆ

#2 By GotACurvedSword on 2012-12-12 17:53

การเลี่ยนแปลงก็จะยังมีใต่อไป
ตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากวัฏฏะ
แล้วเราก็ยังต้องแปลงร่างไปเรื่อยๆ
พี่เองก็เป็นแฟนDavid. เช่นเดียวกัน ปัจจุบันก็ยังหาใครทาบยาก
คริสแองเจิล แม้ได้รับรางวัล แต่พี่ว่ายังเป็นรอง David.

คุณเขียนดีค่ะ. อย่าท้อนะ

open-mounthed smile

#1 By ตีรณา on 2011-01-13 10:29