L11-ณ (2)

posted on 01 Jul 2010 18:20 by boynipan directory Fiction, Diary

 

             ไม่นานนัก ละครชีวิตบทหนึ่งจึงได้ถูกเขียนขึ้นอย่างหยาบ ๆ ได้ความว่า..

             “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ชาวฮ่องกงคนหนึ่งได้เล่นเรือ (แสดงแทนด้วยเรือจำลองเด็กเล่นในย่ามใบใหญ่ที่จะต้องสะพายไปด้วย) ออกไปเสี่ยงดวงตามที่ต่าง ๆ รอบโลก  ดวงของเขาไม่ค่อยดีนักมีทั้งได้บ้างเสียบ้างสลับกันไป (เล่นมายากลไพ่ - เสกไพ่หายในฝ่ามือและเรียกกลับมา) และที่ผ่านมาการเดินทางด้วยเรือน้อยก็ยังมีอุปสรรค์มากมายเป็นบททดสอบ แต่ก็ไม่ทำให้ชาวฮ่องกงคนนั้นท้อแท้ เช่น เชือกขึงผ้าใบเรือขาดบ้าง (เล่นมายากลเชือก - ตัดเชือกให้ขาดออกจากกันแล้วต่อใหม่) ใบเรือม้วนพับเพราะคลื่นลมแรงบ้าง (เล่นมายากลผ้า - ดึงผ้าที่มัดแน่นจากข้อมือให้หลุดออกอย่างง่ายดาย) แต่เขาก็อดทนและยังเดินหน้าต่อไปยังจุดหมายที่ได้ฝันไว้ ส่วนใหญ่แล้วคนฮ่องกงก็เป็นเช่นนี้ ขยันและตั้งใจทำมาหากิน แต่สำหรับเขาซึ่งพิเศษกว่าคนอื่น เขามีกำลังใจที่ดี (มุกเรียกรอยยิ้ม - ใช้ผ้ามายากลคลุมกำปั้นเปล่า - ดึงออกมากลายเป็นสัญลักษณ์สองนิ้ว สู้ตาย) คอยสนับสนุน เขารู้ว่าทั้งหมดเขาทำเพื่อครอบครัวที่เขารัก  อุปสรรค์ที่เขาเจอบ้างจึงเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อย ไม่สำคัญเท่าไรนัก  

            และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นกำลังใจให้กับเขา (หยิบซองปลาเส้นพิชโชออกมา) เขาอยากนำอาหารที่แสนอร่อยนี้ คือ ปลาเส้นตราฟิชโชที่เขาได้มาพบในเมืองไทย นำกลับไปให้คนทางบ้านเขาได้รู้จัก ให้ครอบครัวที่อยู่ทางบ้านได้ลิ้มรสถึงความอร่อยของอาหารที่แสนวิเศษนี้ เหมือนกับเขาที่ได้พบมาแล้ว 

            เขารู้ว่าครอบครัวของเขาจะต้องพบกับความสุข และอาหารนี้จะช่วยเติบความอบอุ่นให้แก่ครอบครัวของเขาได้อย่างแน่นอน ทุกคนรอคอยให้เขากลับบ้าน การเดินทางกลับฮ่องกงในครั้งนี้  เขาจึงไปพร้อมกับรอยยิ้มด้วยหัวใจที่เบิกบาน

            ขณะที่เล่าจะมีเสียงเพลงฟังสนุกคลอตามไปด้วย

            นี่คือเนื้อหาของการแสดงที่เตรียมไว้ในครั้งนี้ ในช่วง 10 วันอันตรายที่ผ่านมานั้น ยอมรับว่าเหนื่อยมากทั้งคิดทั้งซ้อมไปพร้อม ๆ กัน

            อย่างที่เคยบอก ผมไม่เก่งเรื่องของการแสดงเอาเสียเลย ดังนั้นความหมายของคำว่า ‘ซ้อม’ สำหรับผม จึงหมายถึง การต้องทำซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ท่องจำให้ขึ้นใจ  ฝึกแล้วฝึกอีกจนร่างกายทุกอณูจดจำทุกรายละเอียดได้เพื่อลดการผิดพลาด กรณีเลวร้ายที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ที่น่าจะมีคนดูเยอะ ก็เห็นจะเป็นอาการตื่นคนจนสมาธิแตกซ่าน ร่างกายไร้การควบคุม นึกไม่ออกในสิ่งที่อุตส่าห์เตรียมมา

            ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

            เพื่อฝึกควบคุมสมาธิ ผมจึงออกแบบการทดสอบโดยพยายามฝึกต่อหน้าสิ่งกวนใจหลาย ๆ รูปแบบ เช่น ฝึกแสดงในขณะที่เพื่อนฝูงกำลังพูดคุยกันเสียงดัง ต่อหน้าทีวีรายการโปรดที่มีพิธีกรสุดสวยจะมาคอยกวนสมาธิ หรือท่ามกลางเสียงเพลงที่เปิดอย่างไม่เกรงใจคนข้างบ้าน ฯลฯ

            ถ้าสมาธิดี การแสดงก็ควรจะไม่มีที่ติท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ทุกอย่างจะต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนจบภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้

            และเพื่อการท้าทายนั้น ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่า ถ้าหากผิดในชั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง เช่น ท่องบทผิด, แสดงกลพลาดหรือมีลีลาเหมือนไม้ตายซาก ทุกอย่างจะต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น การแสดงจะต้องนับหนึ่งใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมผมถึงได้ซ้อมเยอะ และจะคล่องเป็นพิเศษโดยเฉพาะบทแรก ๆ

            การซักซ้อมดำเนินเช่นนั้นเรื่อยมาจนกระทั้งวันนี้

            เมื่อถึงเวลา ทางพี่ ๆ ทีมงานได้เรียกทุกคนประชุมเพื่อเตรียมการซักซ้อม ทุกคนมากันครบด้วยแววตาที่มุ่งมั่น ต่างคนต่างเห็นถึงโอกาสที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า แต่ก่อนที่จะเริ่มพี่คนหนึ่งได้นำเสื้อยืดสีดำที่หน้าอกซ้ายมีตัวอักษร Asian Max พิมพ์อยู่มาให้ทุกคนเปลี่ยน จากสีสันของเสื้อยืดหลากหลายที่มาจาก ‘My Second Skin’ ต่างทิศ กลายเป็นสีดำล้วนที่ดูเป็นเอกภาพ เปลี่ยนจากร่าเริงให้กลายเป็นดูเคร่งขรึมและพร้อมลุย

            ถึงเวลานี้ผมคิดว่าทุกคนคงพร้อมแล้ว

            จากนั้น พี่ทีมงานคนหนึ่งได้บอกถึงหมายกำหนดการในการแข่งขันดังนี้

            การแข่งขันจะมีด้วยกันทั้งสิ้น 2 รอบ โดยรอบแรกจะเป็นแค่การแนะนำตัวเองเพื่อให้คณะกรรมการได้ทำความรู้จักตามสายที่ตนเองจับได้ ส่วนในรอบที่สองจะเป็นรอบการแสดงจริง โดยจะเริ่มต้นการแสดงจากมาเก๊า, เกาหลี และฮ่องกงตามลำดับ  ทุกคนต้องรักษาเวลา หากใครเกินก็จะถูกตัดคะแนน

            หลังจากที่ดูจากรายชื่อ ผมถูกกำหนดให้อยู่ในลำดับที่ 4 ของสาย เมื่อดูตามลำดับของการแสดง ผมจะได้แสดงเป็นคนที่ 24 จากทั้งหมด 30 ลำดับ

            ผมสังเกตคู่แข่งที่อยู่สายเดียวกันกับผมซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยได้รู้จักเลย แต่ละคนดูคึกคัก กระฉับกระเฉง และมีแววตาเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก แม้จะยังไม่รู้จักชื่อ แต่แค่ดูก็รู้แล้วว่าแต่ละคนเตรียมการแสดงมาไม่ธรรมดาแน่นอน

            ชั่ววูบหนึ่ง ความกลัวได้เข้ามาเกาะกุมในใจ ฝ่ามือผมเริ่มเย็นและสัมผัสได้ถึงเม็ดเหงื่อที่ผุดออกมา   นี่คืออาการของความตื่นเต้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าของผู้ร่วมแข่งขันเท่านั้น ไม่อาจบอกใครได้ ผมจำต้องพยายามข่มใจเพราะรู้ว่านี่ยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ในช่วงแข่งขันจริงจะยิ่งหนักกว่านี้

            แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้น ผมคาดการณ์อะไรบางอย่างผิดไป เราประชุมกันที่ด้านหลังของเวที โดยทางรายการพยายามเก็บหน้าตาของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเป็นความลับ

            จึงไม่มีใครรู้เลยว่า ที่ทางด้านหน้า คนดูจำนวนมหาศาลกำลังยืนรออยู่แล้ว

            แม้จะเตรียมทำใจมาบ้าง แต่จำนวนคนดูที่มากมายถึงเพียงนั้น ไม่รวมถึงทีมงานและตากล้องอีก    3 - 4  ตัวที่เตรียมการบันทึกเทป  นับเป็นบรรยากาศที่มีพลังกดดันวิญญาณผิดแผกไปจากทุกสถานการณ์ที่ผมเคยสัมผัสมา เป็นความรู้สึกที่ผมไม่มีวันเข้าถึง นำมาซึ่งความตื่นเต้นที่ไม่อาจบรรยายได้

            ผมมารู้ตัวว่ามีคนดูอยู่มากในภายหลัง ช่วงการซ้อมลำดับการเดินในการแข่งรอบแรก ดวงตาของผมเต็มไปด้วยความประหม่า

            ผมได้แต่บอกกับตัวเองสั้น ๆ คำเดียวว่า..

            ‘..ซวยแล้ว!!
 
 
 
     

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

Comment

Comment:

Tweet

เฮ่อ ซวยแล้ว. .

#1 By GotACurvedSword on 2012-12-12 18:15