แค่รอบแนะนำก็เกือบทำให้เสียเรื่อง 

             บนเวทีสูง มุมมองสู่เบื้องล่างคือเหล่าฝูงชนมากมายที่กำลังจับจ้อง มีทั้งยืนและนั่งจนไม่มีที่ว่างให้ขยับ อิทธิพลของไทยมุงคงเป็นประการฉะนี้ ทั้งที่ไม่มีอะไรมาก แค่การก้าวเท้าเดินจากด้านข้างไปตรงกลางของเวทีคล้ายกับการเดินแบบ เลี้ยวขวาตามลูกศรที่พื้นและเดินตรงไปยังไมค์ที่ตั้งอยู่ตัวเดียวเบื้องหน้า พูดแนะนำตัวจนเสร็จก็เดินชิดขวากลับมาในทิศทางเดิม

             แต่ผมกลับทำไม่ได้!  

             แม้จะเป็นแค่ช่วงการซ้อม แต่ขาของผมกลับเกิดอาการสั่นราวกับได้รับไอเย็นจากท่ามกลางกองหิมะ  ร่างกายรับรู้ได้ถึงการกระตุกโดยไม่ทราบสาเหตุ  กรุงเทพ ฯ ตอนเที่ยงคงไม่ได้หนาวอะไรอย่างนั้นเป็นแน่ แต่จะบังคับกล้ามเนื้ออย่างไรก็ไม่ยอมหยุดเต้น ร่างกายสะท้านเหมือนไม่รับฟังคำสั่ง

             ที่ผ่านมาผมไม่เคยเสียศูนย์ขนาดนี้

             ในรอบแรก ผมแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก มือไม้สั่นเทา ลักษณะท่าทางแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความตื่นเต้นอย่างล้นปรี่ แม้จะเตรียมบทท่องที่กระชับที่สุดแล้ว ก็ไม่สามารถเก็บกดอาการเหล่านั้นให้อยู่ในการควบคุมได้ กรรมการผู้ตัดสินย่อมรับรู้ในถึงข้อผิดพลาดเหล่านี้ ผมเดินกลับเข้าหลังเวทีด้วยหัวใจที่ผิดหวัง ห่อเหี่ยวกับสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจ

             ผมหายใจลึกยาวและเพียรถามตัวเองว่า ‘ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ที่ผ่านมาเราก็ฝึกซ้อมมาอย่างดีแล้วมิใช่หรือ?

             ไม่มีคำตอบใด ๆ กลับมา มีเพียงความว่างเปล่ากับเสียงหัวใจเต้นเร็วที่ดังพอได้ยิน

             พิธีกรบนเวทีทำงานอย่างฉับไว  ผู้แข่งขันชาย-หญิงแต่ละคนทยอยขึ้นแนะนำตัวตามลำดับ  เสียงผ่านลำโพงขนาดใหญ่ทำให้แม้อยู่ด้านหลังก็ยังคงได้ยินชัด ทั้งนี้ทางพี่ทีมงานได้แจ้งว่าหากจบการแนะนำตัวรอบแรกเมื่อไหร่ การแข่งขันในรอบที่สองจะเริ่มขึ้นในทันที ดังนั้นหลังจากที่ทุกคนเสร็จสิ้นในภารกิจแรกแล้ว สิ่งที่ต้องรีบทำต่อคือการเปลี่ยนชุดที่จะใช้ในการแสดงรอบต่อไป

             รวมถึงชุดการแสดง 1 ถุงใหญ่ของผมด้วย

             แม้จะยังคงวุ่นวายใจกับผลงานในรอบแรก แต่การแข่งขันยังต้องดำเนินต่อ ที่ผิดพลาดไปแล้วก็เพียงแต่พยายามทำครั้งใหม่ให้ดีขึ้น จะมามัวเสียเวลากับอดีตที่ไม่อาจแก้ไขแล้วคงไม่ได้

             สงครามครั้งนี้ยังไม่จบ จะศพใครก็ไม่ควรนับทั้งนั้น

             ผมคิดอย่างนั้นเพื่อปลอบใจตัวเอง และรีบเปลี่ยนชุดที่ได้ตระเตรียมไว้ ลงทุนไปร้อยกว่าบาทเพื่อแลกกับชุดชายจีนแก่ ๆ  1 ชุด ประกอบไปด้วยกางเกงเลย์สีดำ 1 ตัว เสื้อยืดตราห่านคู่คอกลมสีขาวอีก 1 ตัว  แป้งเด็กจอห์นสันเพื่อใช้เปลี่ยนสีผมให้เป็นสีขาว พร้อมด้วยย่ามสะพายไว้ใส่ของ เช่น เรือจำลอง, ไพ่, เชือก ฯลฯ อีก 1 ใบ โดยไม่มีการใส่รองเท้า

             ยังคิดอยู่ว่า ท่ามกลางแหล่งแฟชั่นใจกลางกรุง แถมยังได้ออกรายการโทรทัศน์ การแต่งตัวเช่นนี้จะเหมาะสมหรือไม่ แต่คำพูดของ อริสโตเติล ที่ว่าเรื่องของกฎการเลียนแบบยังคงก้องอยู่  หากจะเลียนแบบการแต่งกายของชาวจีนโพ้นทะเล ชุดที่กำลังสวมใส่นี้คงเหมาะสมแล้ว

             ผมยังคงตื่นเต้นและการแข่งขันยังคงดำเนินต่อ ไม่นานรอบของการแนะนำตัวก็เสร็จสิ้น พิธีกรบนเวทีเริ่มกล่าวถึงวิธีการแข่งขันในรอบสุดท้าย ไม่นานหลังจากนั้นการแข่งในรอบที่สองจึงได้เริ่มต้นขึ้น พิธีกรจะแนะนำชื่อผู้แสดงแต่ละคนใหม่อีกครั้ง ใครที่ถูกเอ่ยชื่อก็จะก้าวขึ้นสู่เวทีพร้อมชุดการแสดง นับจากคนที่หนึ่งในสายมาเก๊าไล่ไปเรื่อย ๆ  ส่วนผู้แข่งขันรายต่อไปก็จะคอยเตรียมพร้อมอยู่ข้างเวที  

             นอกจากนั้น ไม่มีใครสามารถเห็นการแสดงของคนอื่นได้เมื่ออยู่ด้านหลัง แต่ละคนใช้ช่วงเวลาที่เหลือกับการซักซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนที่การแสดงของจริงจะเริ่มขึ้น ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย   มีเพียงเสียงปรบมือหรือเสียงเฮที่ดังลั่นขึ้นเท่านั้นที่จะใช้เป็นตัวบอกว่าการแสดงเบื้องหน้าจบลงแล้ว ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มของเสียง บางรายเสียงดังจนน่าตกใจ บายรายก็เบาจนน่าใจหาย แต่สำหรับผู้ที่อยู่ด้านหลังโดยเฉพาะผม เสียงดังที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งให้เกิดความรู้สึกที่น่าประหวั่นใจยิ่งนัก นั่นเพราะมันหมายความว่าการแสดงของใครอีกคนหนึ่งได้จบลงแล้ว

             ‘แต่การแสดงของผมยังไม่พร้อมเท่าไหร่’ ผมรู้ตัวดี
 
     

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

Comment

Comment:

Tweet