แม้จะพยายามวางหมากไว้หลายชั้น ทั้งเนื้อหาการแสดงสร้างสรรค์ในเชิงบวก ความแปลกใหม่ในวิธีนำเสนอ และมุกตลกที่พร้อมจะสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้ฟัง สิ่งเหล่านี้น่าจะเอาชนะใจคณะกรรมการได้ไม่ยาก แต่หากยังไม่สามารถเอาชนะความตื่นเต้นของตัวเองได้ แสดงไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกับตอนที่ซ้อม ทุกอย่างต้องจบลงแน่

            เมื่อตระหนักรู้ ผมบอกกับตัวเองว่าจะต้องหยุดความตื่นเต้นให้ได้

            ที่นี่และเดี๋ยวนี้!!

            และแล้ว ภาพของ ‘มิยาโมโตะ มุซาชิ’ ก็ปรากฏขึ้นในวินาทีนั้น วิธีการเดียวที่จะช่วยให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ ผมคงต้องใช้เคล็ด  ‘คัมภีร์ฟ้า’  เคล็ดคัมภีร์ที่มีค่าที่สุดที่เอาไว้ใช้สยบความตื่นเต้น ศาสตร์ลับที่ถูกเก็บงำไว้ แผนฉุกเฉินที่มีไว้ใช้สำหรับสถานการณ์เช่นนี้  แม้จะใช้เวลาซุ่มซ้อมมาไม่มาก แต่บัดนี้ถึงเวลางัดมันออกมาใช้แล้ว   

            ย้อนหลังไปไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ผมรู้ตัวเองว่าการแสดงที่ไม่คุ้นชินคงต้องทำให้ตื่นเต้นมากอย่างแน่นอน และเหตุการณ์อาจถึงขั้นบานปลายจนอาจจบเห่ได้ เพื่อป้องกันปัญหานั้น ผมจึงลองหาวิธีสยบความตื่นเต้นจากตำราต่าง ๆ เท่าที่มีเผื่อไว้ก่อน  จากหนังสือหลายเล่ม หลากหลายแหล่งข้อมูล ทุกที่บอกคล้าย ๆ กันหมดว่า การจะสยบความตื่นเต้นได้นั้น วิธีการที่ง่ายที่สุดคือการสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ 2 -3 ครั้ง เพื่อรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และให้มีสมาธิกับสิ่งที่จะทำนั้น เมื่อถึงเวลาให้ควบคุมความคิดให้ดี ๆ   

            แต่เหนือสิ่งอื่นใด อีกวิธีการหนึ่งที่แตกต่างไปจากนั้นและคิดว่าน่าจะได้ผลที่ดีกว่า  ผมเคยอ่านเจอจากในหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่ง การ์ตูนเรื่องโปรดที่มีชื่อว่า Vagabond  ไม่มีชื่อไทย ฝีมือการวาดของ        อ.ทาเคฮิโกะ อิโนะอุเอะ (Takehiko Inoue) นักวาดคนเดียวกับที่วาด Slam Dunk การ์ตูนเรื่องนี้เป็นแนวซามูไรสมัยก่อนของญี่ปุ่น จากบทประพันธ์เดิมเรื่อง “มิยาโมโตะ มุซาชิ” โดย อ.เอจิ โยชิกาว่า  

            เนื้อเรื่องว่าถึง มิยาโมโตะ มุซาชิ ตัวเอกของเรื่องที่ชื่นชอบการต่อสู้ และออกเดินทางตามหาความแข็งแกร่งให้กับตัวเองเพื่อการเป็นที่ 1 ในปฐพีที่ใฝ่ฝัน

            “ที่สำคัญคือการก้าวทีละขั้น ทีละขั้นเข้าไปใกล้คนที่เก่งกว่าต่างหาก จัดการมันไปทีละคน ๆ แล้วก็จะเก่งเองใช่มั้ย!!” มุซาชิสมัยที่ยังเลือดร้อนเคยพูดในหนังสือไว้อย่างนั้น

            บนเส้นทางสายเลือดนั้น ครั้งหนึ่งพรหมลิขิตได้นำพาเขาให้ได้พบกับ โอโซอิน อินชุน  พระนักบวชที่เก่งกาจเรื่องการใช้หอก การปะทะกันครั้งแรก ด้วยวิธีการต่อสู้แบบหมาวัด มุซาชิพ่ายอย่างไม่เป็นท่า โดนปลายหอกที่หุ้มด้วยตุ้มผ้ากระทุ้งจนนับไม่ถ้วน ต้องหลบหนีซมซานและสลบไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

            หลังจากที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดและความกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน  เขาพบว่าคนที่ช่วยเขาไว้นั้น คือ โอโซอิน อินเอ อาจารย์ผู้ชราภาพของอินชุน เหตุผลของการช่วยมุซาชิในครั้งนั้น เป็นเพราะอินเอเห็นอะไรบางอย่างในตัวมุซาชิ สำหรับคนที่เก่งจริงในความคิดของอินเอ คือ คนที่ต้อง ‘กลัว’ กับการต่อสู้ เพียงแต่สามารถเผชิญหน้ากับความกลัวนั้น โดยนำมันไปวางไว้ข้าง ๆ ได้

            แต่อินชุนยังคงอ่อนหัดในเรื่องนี้ เพราะเขาไม่เคยรู้จักกับ ‘ความกลัว’ มาก่อนเลย ไม่ว่าจะกับคู่ต่อสู้แบบใดไม่เว้นแม้กระทั่งอาจารย์  อินชุนก็ไม่เคยกลัวใครทั้งสิ้น อินเอจึงคิดว่ามุซาชิอาจช่วยสอนในเรื่องนี้กับอินชุนได้

            และเมื่อโอกาสดีเช่นนี้มาถึง มุซาชิจึงได้ขอให้อินเอช่วยสอนวิชาเพื่อใช้เอาชนะอินชุนให้ พยายามตื้ออยู่หลายครั้งจนในท้ายที่สุด อินเอก็เริ่มเหนื่อยใจและยินยอมที่จะสอน  แต่การสอนของอินเอผิดแผกไปจากคำสอนอื่น เพราะสิ่งที่สอนมีเพียงการพามุซาชิไปทิ้งไว้ในป่า ปล่อยให้มุซาชิอยู่และหากินกับธรรมชาติ เพื่อให้คิดทบทวนเรื่องการแพ้ในครั้งนั้นใหม่  และหาคำตอบเพื่อให้หลุดพ้นจากอาการ ‘หวาดกลัว’ ที่เกิดขึ้น

            “ภูเขาคือบ้านเกิดและอาจารย์ของเอ็งไม่ใช่เรอะ?”    หลังจากทิ้งคำพูดไว้ อินเอก็เดินจากไป

            ในวันต่อ ๆ มา อินเอก็เวียนมาเยี่ยมมุซาชิอีกหลายครั้ง มีการประลองเกิดขึ้นเป็นระยะแต่มุซาชิก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้ทุกครั้ง การฝึกท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาดำรงอยู่เช่นนี้เป็นเวลานานจนกระทั่งวันหนึ่ง อินชุนมารู้เรื่องนี้เข้าจากการพูดคุยกันของเหล่าศิษย์ในวัดว่ามุซาชิยังไม่ได้หายไปไหน เพียงซุ่มฝึกวิชาอยู่บนเขาโดยมีอาจารย์ของตนเป็นผู้ฝึกให้ เมื่อได้ยินดังนั้นอินชุนจึงยิ้มด้วยความสะใจและได้ส่งสารท้าเชิญเพื่อนัดประลองกันอีกครั้ง

            มุซาชิรับคำท้าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในมโนภาพ เขายังคงโดนปลายหอกของอินชุนทิ่มแทงอยู่ ความกลัวในความตายเป็นสิ่งที่มุซาชิมิอาจหลีกเลี่ยงได้ การยอมรับกับความตายคือสิ่งที่สิ่งเดียวที่เขารับรู้ในเวลานั้น แต่สิ่งนี้เองกลับทำให้เขาเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว..

            แล้ววันประลองก็มาถึง อินเอและลูกศิษย์อีกคนมาเฝ้าดูเหตุการณ์เพื่อเป็นพยาน อินชุนในสภาพพร้อมเต็มที่มากับหอกใหม่เป็นหอกกากบาทที่ปลายคมกริบ มุซาชิมาหลังสุดพร้อมกับดาบไม้เนื่องจากนอนเพลินจนเลยเวลานัด  แม้ภายนอกเขาจะดูไม่เปลี่ยนแต่บางอย่างทำให้รู้สึกว่าเขาดูสงบลง ปล่อยวางและมีรอยยิ้มเล็ก ๆ แม้ตนเองจะมาช้า

            ไม่ทันได้เสียเวลา มีเพียงคำทักทายไม่กี่คำ การประลองของทั้งสองก็ได้เริ่มต้นขึ้น

            พร้อมกับเรื่องราวของ ‘คัมภีร์ฟ้า’ ที่มุซาชิได้เผยออกมาในนาทีนั้น ด้วยการกระทำที่แสนจะเรียบง่าย แต่กลับล้ำลึกยิ่งนัก ในระหว่างที่ต่างคนต่างยืนประจันหน้า มุซาชิกำดาบไม้แน่น พร้อมกับกระทำการบางอย่างที่ทำให้ผมตกตะลึง เป็นฉากการต่อสู้ที่เยี่ยมยอดมาก

            สิ่งที่มุซาชิทำนั้นง่าย ๆ เขาเพียงแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้าง พร้อมกับความคิดที่แล่นในหัว..

            จินตนาการถึงความคิดที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับมาจากธรรมชาติ

            “อินชุนก็เป็นแค่คน ๆ หนึ่ง ดวงตายังจับจ้องเบื้องบนอย่างแน่วแน่

            “ถ้ามองจากฟ้านั่น ข้าและอินชุนก็ไม่ต่างกัน

            ..ไม่แตกต่างกัน!! คำพูดนี้กระแทกใจผมเข้าอย่างแรง

            ทุกอย่างราวกับจะหยุดนิ่ง ท่ามกลางความเงียบนั้น ชายผู้อยู่เบื้องหน้าของอินชุนดูน่าเกรงขามอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้ไม่มีคำพูดใดให้ได้ยิน อินชุนก็รับรู้ได้ในความรู้สึกเดี๋ยวนั้นว่า..

            บัดนี้ มุซาชิคนเก่าได้เลือนหายไปแล้ว!!
 
 
 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

Comment

Comment:

Tweet

“ถ้ามองจากฟ้านั่น ข้าและอินชุนก็ไม่ต่างกัน”
เห็นด้วยกับ มุซาชิ มันก็ทำให้ฮึดขึ้นมาได้big smile Hot! Hot! Hot!

#1 By mayigototoilet on 2010-07-06 10:56