L15-เหตุเกิดจากความหอม (2)

posted on 04 Jul 2010 16:12 by boynipan directory Fiction, Diary

 

             แล้วผมก็นึกออกคำแรกในเวลาไม่นานนัก โดยสามารถไล่ถึงที่มาที่ไปได้ สำหรับผมประเทศเกาหลีเป็นดั่งประเทศแห่งความ ‘ฝัน’ ที่เคยทำให้พลาดหวังมาแล้ว ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น ‘ฝัน’ไปว่าถ้าไปถึงได้ก็คงดี แต่ในความเป็นจริงแล้วคงเป็นไปได้ยากหากต้องใช้กำลังทรัพย์ส่วนตัว  ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนขี้เหนียวหรอก หากแต่ในช่วงเวลานี้ไม่มีอะไรจะให้เหนียว ถ้ามีเงินพอเพื่อใช้เดินทางไปไหนมาไหนก็ได้ ผมคงไม่ต้องมายุ่งยากคิดอยู่อย่างนี้ ผมยังคงไม่ได้เห็นหิมะ ทำให้ผมยังคงต้อง ‘ฝัน’ ต่อไป

            สำหรับผมคำ ๆ นี้จึงน่าจะใช้ได้

            ส่วนอีกคำหนึ่งที่กลั่นจากความคิดในเวลาต่อมา ปรากฏขึ้นขณะคิดอะไรเพลิน ๆ พร้อมถ้วยกาแฟร้อน ๆ ในมือ ผมนึกถึงคำว่า  ‘ฟ้า’ คำที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและผูกพันเป็นพิเศษ

            จริง ๆ แล้ว คำ ๆ นี้มีบุญคุณกับผมมากและยังแฝงไว้ด้วยความหมายอันลึกซึ้ง

            คงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า ‘ฟ้า คือ ชีวิต

            เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ‘ฟ้า’ ให้ลมหายใจแก่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก แม้ ‘ฟ้า’ จะมีความสำคัญกับเราขนาดไหนหลายครั้งที่เรากลับหลงลืมมัน ด้วยความกว้างใหญ่ปกคลุมทุกส่วนสัด ทุกคนต่างมองเห็นมันอย่างแชชินไม่ยอมรับรู้ แต่เป็นเพราะ ‘ฟ้า’ นี้ที่ทำให้ผมได้ไปต่างประเทศมาแล้วครั้งหนึ่ง ได้เดินทางท่องโลกยังที่ไกลแสนไกลอย่างปลอดภัย และคงด้วย ‘ฟ้า’ นี้เอง ที่จะนำพาผมให้ได้ไปพบกับ ‘ความฝัน’ ที่สิงสถิตอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่งบนโลกในขณะมีชีวิต   

            ความรู้สึกบางอย่างทำให้ผมมีความเชื่อมั่นอย่างนั้นตราบเท่าที่ยังได้ยินคำนี้ ว่าสักวันผมจะทำได้

            ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตกลงใจเลือกคำนี้เป็นคำสำคัญอันดับที่ 2  

            สุดท้ายเมื่อได้วัตถุดิบมาจนครบแล้วทั้ง 4 คำแล้ว คือ คำว่า  Linkin Park, ป่วน, ฝัน และ ฟ้า ต่อไปก็ถึงเวลาแห่งการรังสรรค์สโลแกนเพื่อการเอาชนะในครั้งนี้ สิ่งที่ผมทำต่อ คือ การเล่นเกมส์สลับคำและเติมคำลงในช่องว่างจากคำสำคัญทั้งหมดที่เรามี การสลับตำแหน่งจะช่วยให้แต่ละคำวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ส่วนการเติมคำจะช่วยเติมเต็มให้สโลแกนนี้เกิดความสมบูรณ์

            สโลแกนนี้เริ่มมีเค้าโครงขึ้นมาบ้าง ผมเริ่มสลับคำไปมาเรื่อย ๆ และนึกถึงคำที่จะถูกนำมาใส่

            ฟ้า_ ป่วน_ Linkin Park_ ฝัน, 

            ป่วน_ ฝัน_ ฟ้า_ Linkin Park,

            ฯลฯ

            ในวิชาสถิติหัวข้อความน่าจะเป็น โอกาสที่จะเป็นไปได้ในการสลับไปมาอาจมีมากถึง 16  รูปแบบ  แต่โชคยังดีที่ผมไม่ทันได้นึกไปมากขนาดนั้น ภายหลังจากพินิจพิเคราะห์อย่างเต็มที่ สโลแกนบทหนึ่งที่ผ่านการเรียงร้อยขัดเกลาก็ได้ถูกเขียนขึ้น โดยใช้เวลากับการขีดฆ่าลบทิ้งและเขียนใหม่ไปพอสมควร

            ผมจดมันลงบนกระดาษที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยลายมือตัวบรรจงอย่างตั้งใจ 

 

            -----------------------------------

            “ฝันให้ไกล ป่วนไปให้สุดฟ้า

            Linkin Park สุดซ่า พาสุดฝัน

            สนุกมันส์ In Korea.”

            -----------------------------------

 

            ขณะที่เขียนเสร็จ ผมจ้องมองตัวอักษรไม่กี่ตัวนั่นด้วยใจระทึก  ค้นหาคำตอบพร้อมทั้งถามตัวเองหลายครั้งว่า สโลแกนบทนี้มีความไพเราะและดีพอกับการเอาชนะการประกวดครั้งนี้หรือไม่  ความสัมผัสคล้องจองดีพอหรือเปล่า ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ของตัวเองให้ออกก่อน รู้ถึงจุดยืนของตัวเราเองเพื่อหาถึงโอกาสในการชนะ

            แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นเพียงความเงียบของจิตใจราวกับจะบอกใบ้เป็นนัย ๆ ว่า ‘จะรู้หรือ!’ เพราะเราไม่มีตัวเปรียบเทียบ และคงไม่มีวันเห็นถึงผลงานของผู้อื่นได้เลยถ้าเราไม่ได้เป็นคณะกรรมการเสียเอง

            เมื่อพบทางตัน ผมจึงลองเปลี่ยนคำถามถามตัวเองใหม่ โดยลองเปรียบเทียบกับความรู้สึกของตัวเอง ‘แล้วสโลแกนบทนี้คิดว่าอย่างไร ชอบไหม?

            เพราะการที่จะทำให้คนอื่นชื่นชอบในผลงานของเรา ผมเคยบอกไว้แล้วว่าอย่างน้อย ๆ ก็ขอให้เราชอบเอาไว้ก่อน สิ่งที่เราคิดไว้อาจมีแง่มุมได้หลายแบบ แต่สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อส่งเข้าประกวดนั้นย่อมมีเพียง 1 ทั้งนี้ 1 เดียวแห่งความภาคภูมิใจนั้นสมควรเป็นอันที่เราชอบมากที่สุด หาไม่แล้วการจะให้คนอื่นมาชอบในสิ่งที่เราเองยังไม่ชอบเลย ก็เห็นทีจะยาก

            หลังจากที่คิดไปคิดมา ผมรู้สึกว่าความลงตัวของสโลแกนนั้นนำมาซึ่งความมั่นใจอย่างล้นเปี่ยม คิดเอาเองว่าความหมายที่กระชับบวกกับคำคล้องจองที่พอมีอยู่บ้าง น่าจะทำให้คณะผู้ตัดสินเหลียวหันมามองได้ จากประสบการณ์อันน้อยนิดที่ผ่านมา ทำให้ผมมีความกล้าและมั่นใจมากขึ้น

            เมื่อทุกอย่างพร้อม ผมจึงจดสิ่งที่คิดลงบนกระดาษที่แนบมากับตัวของผลิตภัณฑ์ เดิมทีตั้งใจว่าจะใช้การพิมพ์เหมือนอย่างเคยเพื่อให้ดูดั้งใจและเรียบร้อย แต่เนื่องจากกระดาษที่ได้มามีขนาดเล็ก ไม่สามารถนำใส่เข้าเครื่องปริ๊นส์เตอร์ได้

            สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด นั่นคือ การบรรจงเขียนอย่างใจเย็นด้วยอักษรตัวตรงเต็มบรรทัด ใช้เทคนิคกดปลายปากกาให้หนักขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงความเชื่อมั่นตามหลักจิตวิทยา ช่องไฟเว้นแต่พองาม ทางด้านล่างใส่ชื่อพร้อมที่อยู่ โดยไม่ลืมที่จะใส่หมายเลขโทรศัพท์เพื่อกรณีใช้ในการติดต่อกลับ ทุกอย่างครบถ้วนเรียบร้อย ผมตรวจดูทั้งหมดอีกครั้งก่อนนำส่งทางไปรษณีย์กลับไป

            จากนั้นทำได้แต่เพียงรอ..

            ด้วยหัวใจเต้นตูมตามราวกับการซื้อล็อกเตอรี่แล้วรอลุ้นหมายเลขรางวัล ทุกวันผมเฝ้ารอโอกาสที่อาจจะมาถึง โอกาสที่อาจจะเข้ามาทักทายผมอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว จนในที่สุดเมื่อมีโทรศัพท์ไม่บันทึกชื่อสายหนึ่งโทรเข้า ผมจึงรีบกดรับสายด้วยความร้อนลนและมือที่สั่นเทา หัวใจของผมเริ่มเต้นดังไม่เป็นจังหวะ

            หลังจากที่พูดคุยกับใครสักคนที่ปลายสายได้ซักพัก

            ผมถึงมารู้ทีหลังว่า ...

            ผมได้ประมาทไปกับเกมส์นี้ไปเสียแล้ว!!

            

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

Comment

Comment:

Tweet