Photobucket

             (ปี 2007)

             แค่ดูก็รู้ว่างานนี้คู่แข่งขันน้อย..

             ผมนึกถึงคำพูดตัวเอง ‘ถ้าเรามองหาเราก็จะเห็น’ แต่ด้วยความแออัดของตัวหนังสือที่เห็นนั้น หากไม่ทันสังเกตจริง ๆ ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงจะพลาดโอกาสงาม ๆ นี้ และโอกาสนี้ก็งดงามเหลือเกิน เกินกว่าที่ผมจะปล่อยข้ามได้

             แล้วทีนี้จะทำอย่างไรกันต่อ?’ ผมรีบคิดในฉับพลัน

             เพราะในขณะนี้ผมอยากเห็นหิมะใจจะขาด อยากมีเวลาไปนอนหนาวอยู่บนผืนหิมะที่ไหนซักแห่งบนผืนโลก แต่ตั๋วเครื่องบินครั้งนี้ก็ยังพาไปไม่ถึงฝั่งฝัน หัวเครื่องบินลำน้อยกลับถูกกำหนดให้หักหัวล่อนลงยังสถานที่แห่งเดิม สู่สนามบินนานาชาติ Chek lap kok (เช็ก แลป ก๊ก) ของฮ่องกงที่ปลายทางนั่นไม่มี ‘หิมะ

             ผมใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อพิจารณาตัดสินใจลงแข่ง ด้วยความที่สถานที่แห่งนั้นยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่แท้จริงของเรา และไม่ตอบโจทย์ที่จะทำให้ความฝันของเราเป็นจริงได้ ผมอยากไปในที่ ๆ ไกลกว่านั้น สูงกว่านั้นขึ้นไปอีกสักหน่อย

             เมื่อรู้อย่างนี้แล้วยังจะอยากลงแข่งขันอีกไหม?’ ผมถามตัวเอง แม้จะรู้คำตอบของตัวเองอยู่แล้วในใจ

             แน่นอน.. ไม่ลงก็แย่แล้ว!’ ผมทำทีฮึดฮัด ถ้าปล่อยไว้ก็น่าเสียดายแย่สิ!!

             พร้อมกับความคิดลึก ๆ ที่ว่า ‘ไหน ๆ เราก็เห็นถึงโอกาสแล้ว’ สิ่งนี้อาจเป็นพรหมลิขิตจากการที่เราได้มา พบกัน ในครั้งนี้ก็เป็นได้

             เพราะจะว่าไป คงเพราะการ ‘พบกัน’ นี่แหละที่เป็นตัวกำหนดวิถีแห่งการดำเนินชีวิต เป็นโชคชะตาที่ได้รับมาจากฟ้าเพื่อมอบเส้นทางก้าวเดินให้กับเรา ‘เพราะเราได้ไปเจอกับสิ่งนี้เราจึงทำอย่างนี้’ หรือ ‘เพราะเราได้เจอกับคนนั้นเราจึงทำอย่างนั้น’ และกว่าที่เราจะเป็นเราในวันนี้ได้ก็เกิดจากการ ‘พบกัน’ มากมายนับครั้งไม่ถ้วนระหว่างเรากับสิ่งแวดล้อมในอดีตที่ผ่านมา หล่อหลอมให้เกิดเป็นพฤติกรรมและเรื่องราวต่าง ๆ  ตามมา

             ดังนั้น ความเป็น ‘เรา’ ในวันนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ

             นับรวมถึงโอกาสในครั้งนี้ด้วย ‘เพราะผมอยากเห็นหิมะผมถึงมองหาถึงโอกาส และเพราะผมมองหาถึงโอกาสผมจึงมองเห็นมัน!!’ จุดตัดนี้ไม่ได้จะเกิดขึ้นง่าย ๆ เพราะถ้าจุดเริ่มต้นของความคิดแตกต่างกัน เส้นสองเส้นก็อาจไม่มีโอกาสพบเจอกันได้เลย การเป็นเส้นขนานที่วิ่งเคียงคู่กันตลอดไป

             แม้ที่ปลายทางนั่นจะไม่มีหิมะ แต่การลงแข่งก็ไม่ได้ทำให้เสียหายอะไร เราไม่ได้ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต เราเพียงกำลังจะท้าทายกับความสามารถของเราอีกครั้งหนึ่งที่ใช่ว่าจะทำสำเร็จได้เสมอไป

             แล้วทำไมจะไม่ลองดูล่ะ?

             เมื่อผมตัดสินใจได้อย่างนั้น การต่อสู้กันทางความคิดครั้งใหม่ของผมก็ได้เริ่มต้นขึ้น...

             ครั้งนี้ผมตั้งเป้ากับตัวเองไว้ว่า ‘ต้องชนะให้ได้!’ ด้วยประสบการณ์ด้านการแข่งขันน่าจะทำให้พอได้เปรียบบ้าง และแน่นอนว่าจะไม่ลืมบทเรียนในครั้งเก่า เราต้อง ‘รอบคอบ’, ‘ทุ่มเท’ และ ‘พยายาม’ ให้มากขึ้น รางวัลเป็นสิ่งที่มีค่า ผมควรท่องจำมันให้ขึ้นใจ

             แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี..

             หลังจากสูดหายใจฟอดใหญ่ ผมเริ่มต้นคิดคำตอบด้วยการนำโจทย์มาวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง การตอบโจทย์ได้ถูกต้องและตรงประเด็นจะทำให้เราได้คะแนนมากที่สุด ดังนั้นเราจึงต้องให้ความสนใจในจุดนี้ให้มากก่อน และเมื่ออ่านโจทย์ทวนอีกครั้งก็จะพบว่าสิ่งที่เป็นเงื่อนไขที่ต้องทำอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 2 ข้อ

             ข้อแรกโจทย์ถามถึงโปรแกรมการท่องเที่ยวสำหรับ 1 วันตามสไตล์ของเรา ในหัวข้อ  Journey of Discovery (การเดินทางเพื่อการค้นพบ) ซึ่งคำว่า ‘สไตล์ของเรา’ ในอีกความหมายหนึ่งน่าจะแปลได้ว่า ‘อย่างไรก็ได้ตามใจคุณ

             และข้อ 2 ช่วงเวลาในการจัดเทศกาลฮ่องกงวินเทอร์ เฟสจัดวันที่เท่าไหร่? ข้อนี้คำตอบไม่น่ายาก 

 

 
                         (โปรดติดตามตอนต่อไป)
 

 

Comment

Comment:

Tweet

สนใจติดต่อได้ที่ 0807977770 - 6 ,0828634313-6,0821988880-6
http://gclub-royal.com
http://sbobet.gclub-royal.com
http://ibcbet.gclub-royal.com

#4 By gclub-royal (103.7.57.18|202.58.99.182) on 2012-06-11 01:12

ยินดีน้อบรับทุกคำวิจารณ์ครับ เหอ ๆ ^^

เพราะสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เกิดการ 'พัฒนา' ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมยังขาด..

ในตอนนี้.. มันยังเป็น 'จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง' จริง ๆ ครับ ทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้น..^^big smile big smile big smile
คุณเขียนเกี่ยวกับการให้แง่คิดได้ดี และเข้าใจได้ดี แต่บางครั้งแค่เล่าเรื่องของตัวเองยาวไปเท่านั้น
ถ้าคนอ่านทั่วไปคงไม่อยากรู้ประเด็นก็ได้ ข้าพเจ้าไม่เก่งนักเรื่องการวิพากษ์ วิจารณ์ใคร ขอแสดงความคิดเห็น
เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแล้วแต่ จะเห็นว่าควรหรือไม่ควรsad smile

#1 By mayigototoilet on 2010-07-07 12:12