L19-Journey of Discovery (1)

posted on 04 Jul 2010 17:10 by boynipan directory Fiction, Diary

 

Photobucket

 

 
             และนี่คือผลงาน My Hong Kong Discovery” ที่ผมส่งชิงรางวัลและชนะเลิศการแข่งขันในครั้งนั้น..

  

             Journey Of  Discovery

             กิน เที่ยว ช้อปปิ้ง

             ทุกครั้งที่ผมนึกถึงฮ่องกง ผมก็จะนึกถึงคำ 3 คำนี้ครับ

ประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่เคยสัมผัสกับดินแดนแห่งความสุขแห่งนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ภาพแห่งความทรงจำทยอยออกมารายงานตัวผมเป็นระยะ ๆ กับการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต ประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนถูกฉายออกมาเป็นฉาก ๆ ในสมองส่วนซีรีบรัมของผม  ทั้งความสนุก ความตื่นเต้น และความประทับใจ ได้ปรากฏออกมาให้เห็นในรูปรอยยิ้มที่มุมปาก ที่หากให้ใครมาเห็นเข้าคงต้องกลับไปนอนคิดมากแน่ ๆ ว่า ..

             ไอ้คนนี้เป็นอะไร อยู่  ๆ มันก็ยิ้ม?

             ด้วยความตั้งใจว่าจะต้องกลับไปเยือนฮ่องกงให้ได้อีกครั้งหนึ่ง จดหมายฉบับนี้จึงเกิดครับ

             แต่ก่อนอื่น ผมคงต้องสารภาพก่อนเลยครับว่า การเขียนทริปการเดินทางท่องเที่ยวใน 1 วันที่ฮ่องกงตามโจทย์ที่ได้รับมานั้น ทำได้ค่อนข้างยากมากครับ ไม่ใช่เป็นเพราะผมเคยไปเที่ยวเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วจำสถานที่อะไรไม่ได้เลย หากแต่เป็นเพราะว่าที่ฮ่องกงนั้นมีสถานที่ที่อยากไปเยียนมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวต้มร้อน  ๆ แถว ๆ Humphreys Avenue, วิวงาม ๆ บน Peak Tower,   แหล่งช๊อบปิ้งใน Mong Kok, Time Square แล้วไหนจะมีความสุขสุดเหวี่ยงที่ Ocean Park และ Disneyland อีกล่ะ และ.. และ.. ฯลฯ..

             นับ ๆ ดูแล้ว อย่าว่าแต่ 1 วันเลยครับ 1 เดือนก็ยังเที่ยวไม่ทั่วดีเลย ผมถึงได้บอกว่าโจทย์ในข้อนี้ไม่หมูเลยจริง ๆ  แต่ว่าผมไม่ยอมแพ้หรอกนะครับ ผมรู้แล้วว่าที่ที่ผมอยากไปมีที่ไหนบ้าง คัดเอาแบบเฉพาะที่อยากไปจริง ๆ เที่ยวภายในเวลาที่จำกัดแบบเจาะลึกดู คงจะพอทำให้หน้าตาของโปรแกรมท่องเที่ยวฮ่องกงใน 1 วันของผม คลอดออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้บ้าง จะอย่างไรก็ตาม เมื่อท่านได้ดูตารางการท่องเที่ยวฮ่องกงตามแบบฉบับของผมแล้ว อาจจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็อย่าตกใจนะครับ..

             เพราะจริง ๆ แล้ว นั่นอาจจะเป็นการท่องเที่ยวในสไตล์ของผมอย่างแท้จริงก็เป็นได้.. ขอให้สนุกไปกับการเดินทางของผมนะครับ

             - เช้า ๆ ที่เกาลูน..

             เริ่มต้นช่วงเช้าประมาณ 7.00 - 8.00 น. เราเริ่มสตาร์ทกันที่บริเวณท่าเรือฝั่งเกาลูนกันเลยครับ  เพื่อชมทิวทัศน์ความงดงามของเกาะฮ่องกงแบบเต็ม ๆ ประเดิมกันในช่วงเช้าอากาศดี ๆ อย่างนี้ ผมว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวนะครับ  เพราะครั้งหนึ่งผมเคยฝันไว้ว่าอยากจะมีรูปถ่ายคู่กับวิวในสถานที่แห่งนี้มานานแล้ว และอยากจะลองถ่ายภาพแบบพาโนรามาที่มีตัวเองยืนอยู่ตรงการภาพเก็บไว้บ้าง

             แต่เดิมผมเคยไปเยือน ณ ที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเมื่อซัก 5 ปีที่แล้ว ช่วงที่มาในตอนนั้นเป็นช่วงกลางคืนซึ่งก็ถือว่าไปได้ถูกเวลาพอดีเพราะสถานที่แห่งนี้จะงดงามมากยามเมื่อแสงไฟตามตึกต่าง ๆ ส่องสว่างเรืองรองขึ้น ความสวยระดับตำนาน เป็นเสน่ห์ที่อมตะที่สุดของเกาะฮ่องกงซึ่งอาจจะกล่าวได้เลยว่า ถ้าไปฮ่องกงแต่ไม่ได้ไปยังที่สถานที่แห่งนี้ก็เหมือนไปไม่ถึง

             ทุกอย่างในวันที่ผมไปตอนนั้นน่าจะจบลงเอยแบบ Happy ending แต่บังเอิญช่วงที่ผมไปเกิดมีฝนตกพรำ ๆ ตลอดทั้งคืน ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงต้นปี และดูท่าว่าสายฝนจะไม่ยอมหยุดตกเอาง่าย ๆ แค่ด้วยความต้องการเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ผมจึงได้วิ่งลงจากรถนำเที่ยวเพื่อไปถ่ายรูปกับสถานที่ที่อยู่ในตำนานแห่งนี้ ตอนนั้นทุลักทุเลน่าดูครับ อยากได้ภาพก็อยากได้ กลัวกล้องจะพังเพราะโดนฝนก็กลัว

             แต่ผมไม่มีทางเลือกครับ เพราะถ้าไม่ถ่ายรูปเอาไว้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่ ลงไปถึงก็ถ่าย ๆๆๆ  แล้วรีบวิ่งกลับขึ้นรถด้วยความรวดเร็ว พอมาถึงเมืองไทยเอารูปไปล้าง แค่เห็นภาพก็จะเป็นลม เพราะในรูปเห็นแต่หน้าผมขาว ๆ ที่มีเม็ดฝนแตกตัวกระเซ็นอยู่ตามใบหน้า ฉากหลังที่คิดว่าสวยแล้วแต่พอล้างออกมากลับเห็นเป็นเพียงไฟสีส้ม ๆ อยู่ลิบ ๆ บนฉากหลังที่ดำสนิท เห็นแล้วอยากร้องไห้เป็นภาษาจีนกวางตุ้งเป็นอย่างมาก

             ทริปนี้จึงอยากจะกลับไปแก้ตัวกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นครับ และเพื่อกันเหนียว ก็ไปมันซะช่วงเช้ารับวิตามิน E ฮ่องกงกันไปเลย  ไปถึงก็จะได้ถ่าย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เอาให้มันหนำใจซะที อาจจะหยุดพักหายใจบ้างอันนี้แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละคน

             จากนั้นก็นั่งเรื่อมาที่ฝั่งฮ่องกงบ้างเพื่อดื่มด่ำกับความงามที่  Victoria bay เดินตามรอยเรือเพื่อย้อนกลับไปถ่ายรูปกับสถานที่ที่เราเพิ่งเดินทางจากมากันอีกครั้ง รับลมเย็น ๆ จากทั้ง 2 ฟากฝั่งให้ชุ่มปอด เที่ยวแบบเจาะลึกแบบนี้เวลาเป็นของเราครับ 2 สถานที่นี้เราอาจจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2  ชั่วโมงก่อนที่เราจะเริ่มเดินทางกันต่อ

             * และอย่าลืมหาโจ๊กหรือติ่มซำฮ่องกงอร่อย ๆ ทานเพื่อเป็นกำลังในการเดินทางต่อในบริเวณนั้นด้วยนะครับ

             - สายลงไป Mong Kok..

             หลังจากนั้นในช่วงสาย เราจะไปตะลุยช้อปปิ้งกันแถว ๆ  Mong Kok ต่อครับ โดยเป้าหมายต่อไปของเราจะอยู่ที่ตีก Sino Center สถานที่แห่งนี้ผมไม่เคยไปมาก่อนหรอกครับ แต่ทำไมผมถึงต้องเป็นยังสถานที่แห่งนี้เหรอครับ นั่นก็เพราะในหนังสือคู่มือท่องเที่ยวฮ่องกงเล่มหนึ่งเขาได้บอกเอาไว้ว่า ที่นี่เป็นแหล่งของสะสมและของเล่นนานาชนิด และที่สำคัญคือ ราคาถูกมาก ๆ เสียด้วย แล้วอย่างนี้ผมจะพลาดโอกาสการมาฮ่องกงอีกครั้งของผมได้อย่างไร

             และที่แน่ ๆ คงไม่มีทัวร์ไหนพามาที่นี่ด้วยแน่ อันนี้จึงต้องมาเอง 

             เท้าความถึงเรื่องส่วนตัวซักหน่อย โดยส่วนตัวแล้วงานอดิเรกของผมคือการดูหนัง, ฟังเพลง, อ่านหนังสือ หรือที่วัยรุ่นทั่ว ๆ ไปนิยมกัน แต่ที่สำคัญ ผมเป็นนักสะสมตัวยงเสียด้วยสิครับ ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแสตมป์, Handbill หนัง หรือโมเดลตุ๊กตาต่าง ๆ .. 

             คล้ายจะเป็นหนุ่มน้อยหน้าใสหัวใจกระเตาะ ผมติดนิสัยการสะสมนี้มาจากคุณพ่อครับ คุณพ่อท่านเป็นนักสะสมตัวยงยิ่งกว่าผมเสียอีก ท่านสะสมเหรียญเก่า ธนบัตรเก่า แสตมป์เก่า ฯลฯ และท่านได้ถ่ายทอดอุปนิสัยต่าง ๆ มาสู่ตัวผม ผมว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ดีกว่าการที่เราจะว่างมากจนหันหน้าเข้าหายาเสพติดและอบายมุขต่าง ๆ ที่ปัจจุบันก็ยิ่งจะมีมากและหาได้ง่ายขึ้นทุกที ครั้นเมื่อผมศึกษาสถานที่เที่ยวในฮ่องกงจากในหนังสือ ผมเห็นร้านรวงขายหุ่นโมเดล,ของเล่นต่าง ๆ มากมายเต็มไปหมด มันจึงยากนะครับที่จะหักห้ามใจมองข้ามสถานที่แห่งนี้ไปได้  เพราะการที่เราได้ไปในสถานที่ที่มีของที่เรารักเราชอบอยู่มาก ๆ ก็คงเปรียบเสมือนเราได้ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นนั่นแหละครับ   เปรียบเทียบง่าย ๆ    เหมือนกับคนที่ชอบช้อปปิ้งซื้อโน่นซื้อนี่เป็นชีวิตจิตใจ สวนจตุจักรบ้านเราก็คือสวรรค์ดี ๆ ของพวกเขาเหล่านั้นแหละครับ

             แม้แดดจะออกเหงื่อจะไหลก็อยู่ที่นั่นได้เป็นวัน ๆ โดยไม่มีบ่นซักคำ  ทริปของเราในครั้งนี้ ผมก็คงจะใช้เวลาอยู่ที่นี่พอสมควรเลยแหละ

             คาดว่าเราน่าจะเดิมเที่ยว  + ซื้อของในบริเวณนี้อยู่ถึงประมาณช่วงเวลาบ่าย ๆ  ถ้าเป็นไปได้ก็แวะทานก๋วยเตี๋ยวฮ่องกงที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความอร่อยเหาะซะที่นี่เลยก็ดี เพื่อเติมพลังงานสำหรับช่วงบ่ายที่การเดินทางของเรายังต้องดำเนินต่อไป

 

 
 
   (โปรดติตตามตอนต่อไป)

 

Comment

Comment:

Tweet