L19-Journey of Discovery (2)

posted on 04 Jul 2010 17:19 by boynipan directory Fiction, Diary

 

             - เย็นนี้ที่ Ladie’s market

             หลังจากนั้นเราจะไปต่อกันที่ Ladie’s market กันเลยนะครับ ช่วงบ่ายแก่ ๆ สถานที่แห่งนี้ก็คงจะเริ่มมีของมาตั้งวางขายกันแล้ว ผมติดใจกับสถานที่แห่งนี้มากครับ แน่นอน ผมเคยมาที่นี่ก่อนแล้วอีกเช่นกัน และลมอะไรไม่ทราบทำให้ผมบอกกับตัวเองไว้ว่า จะต้องมาที่นี่อีกครั้งหนึ่งให้จงได้ ผมไม่ได้คุยเพื่อที่จะเรียกคะแนนสงสารอะไรนะครับ ผมเคยมีเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นกับผมจริง ๆ

             เรื่องมันยาว ผมจะเล่าสั้น ๆ ให้ฟัง..

             วันนั้น เมื่อ 5 ปีก่อน ผมได้มีโอกาสมาซื้อของจำพวกเสื้อผ้าที่ตลาดแห่งนี้ครับ ตลาด Ladie’s market เป็นตลาดที่ได้ชื่อว่า มีของขายที่หลากหลายมากมายและราคายังเป็นแบบมิตรภาพอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้า, นาฬิกา, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋า ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมแฟชั่นของวัยรุ่นต่างๆ ที่ฮ่องกง

             แล้วเรื่องที่ว่าก็เกิดขึ้นกับผมที่ตลาดแห่งนี้แหละครับ

             เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะกางเกงตัวหนึ่ง ผมจำได้ว่าเป็นกางเกงสุดสวยยี่ห้อ bossini  ผมไปเจอกางเกงตัวนี้เข้า และถูกใจอย่างแรงจึงได้ทำการซื้อกลับมาบ้าน 1 ตัวในราคาที่จำได้ว่าถูกขาดใจ รุ่นที่ผมซื้อนี้ดีมากครับ และยังไม่มีวางขายในเมืองไทยอีกด้วย ผมรู้สึกได้เลยครับว่าผมชอบมันมาก ทุกครั้งที่ผมสวมใส่มัน ผมจะรู้สึกสบายแบบที่ไม่เคยรู้สึกที่ไหนมาก่อน (ก็เลือกขนาดที่เข้ากับตัวเองมาอย่างดี มันก็ต้องสบายสินะ ว่ามั้ย?) ด้วยเนื้อผ้าที่นุ่มและดีไซด์ที่เฉียบพร้อมกับกลิ่นอายของฮ่องกง ทำให้เมื่อมีโอกาสผมเป็นต้องใช้บริการ(สวมใส่) ไอ้เจ้ากางเกงตัวนี้อยู่เสมอ ๆ แต่ผมก็ได้ใส่มันอยู่ไม่กี่ครั้งครับ เพราะมีอยู่วันหนึ่งผมได้ส่งผ้ารวมทั้งเจ้ากางเกงตัวนี้ไปซัก (แบบว่าในตอนนั้นยังอยู่ในช่วงเป็นนักศึกษาอยู่ครับจึงจ้างเขาซัก) ตอนไปส่งผมก็ยังเห็นมันปกติดีอยู่ แต่ไอ้ตอนที่ไปรับผ้านะสิครับ  ก็ปรากฎว่ากางเกงของผมตัวนี้ได้หายไปเสียแล้วครับ

             พระเจ้าช่วยกล้วยปิ้ง!

             ผมถามย้ำกับเจ้าของร้านว่าเห็นกางเกงตัวนี้ของผมไหม พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนกับสูญเสียคนรักไป แต่เสียงที่ผมได้ยินกลับมาทำเอาผมแทบอึ้ง เขาตอบผมมาว่า..

             ตอนที่คุณเอาผ้ามา ผมก็ไม่เห็นมันมีมาแล้วนะ!

             อ้าวพี่...?!

             และยังยืนยันว่าไม่เห็นผมหยิมมาด้วย เป็นไปได้หรือครับของรักของหวงมีหรือที่ผมจะจำไม่ได้ ผมจะไปโกหกเค้าทำไม มันได้อะไรขึ้นมาหรือ (ผมคิดในใจ)

             เราคุยกันเรื่องนี้อยู่นานครับ บทสรุปสุดท้ายได้ความว่า เขายินดีจะชดใช้ด้วยการซื้อกางเกงให้ผมใหม่ 1 ตัว ราคาเท่าไหร่ก็ได้ เพื่อเป็นการรับผิดชอบที่ทำกางเกงของผมหายไป (ตอนหลังเขายอมรับผิดครับว่าทำของ ๆ ผมหาย) ให้ผมนำเงินไปซื้อกางเกงแถว  ๆ นั้นได้เลย 1 ตัว

             ของบางสิ่งบางอย่างก็ใช่ว่าจะหาทดแทนกันได้ง่าย ๆ

             แม้ผมจะได้กางเกงใหม่กลับบ้านมา 1 ตัวเพื่อชดเชยกับตัวของผมที่เขาทำหายไป แต่ทางเจ้าของร้านไม่มีทางรับรู้หรอกว่า คุณค่าทางใจของผมต่อกางเกงตัวนั้นเสียหายไปมากมายขนาดไหน

             ก็นั่นมันของที่ระลึกที่ผมซื้อให้กับตัวเองจากฮ่องกงเชียวนะ” ผมนึกในใจอีกครั้ง

             และด้วยเหตุนี้เอง (ไม่รู้ที่เล่ามาจะสมเหตุสมผลกันหรือเปล่า?) การเดินเที่ยวไป Ladie’s market ในช่วงบ่ายแก่ ๆ ในครั้งนี้ ผมคงจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่ ๆ

             และผมคงจะระวังรักษามันอย่างดีเลยทีเดียว

             - หัวค่ำไปย่ำ Peak Tower

             หลังจากนั้นในช่วงหัวค่ำแดดร่มลมตก เราก็จะไปต่อกันที่ Peak Tower กันครับ จุดชมวิวที่จะทำให้คุณสามารถบรรจุภาพของเกาะฮ่องกงที่สวยงามเก็บไว้ในหน่วยความจำของสมองได้อย่างเต็ม ๆ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่จะขาดเสียไม่ได้  ในตอนที่เราไปถึงที่บนยอดของ Peak Tower ซึ่งเป็นตอนค่ำแล้ว เมืองทั้งเมืองก็จะกลายสภาพเป็นฉากเรืองแสงที่เต็มไปด้วยสีสันของหลอดไฟนานาชนิด ยังให้เกิดความสวยงามสุดลูกหูลูกตา ผมกะไว้แล้วว่าในตอนเช้าเราอาจจะอดชมฮ่องกงเรื่องแสงในแนวราบ(เพราะไปกันตั้งแต่เช้า) แต่เราจะได้เห็นฮ่องกงเรื่องแสงจากในแนวดิ่งแทน (คือมองจากข้างบนลงไป) แล้วปริศนาเรื่องของนครแห่งสีสันก็จะถูกไขกระจ่างด้วยสายตาของคุณเอง มาถึงที่นี่แล้วก็คงไม่ลืมที่จะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับฉากหลังที่งดงามอลังการกันอีกครั้งนะครับ

             ทุกคนที่เคยมาที่นี่ คงไม่สามารถสะกดคำว่า “ผิดหวัง” ถูกแน่ ๆ... ผมเชื่ออย่างนั้น

             “เมื่อนึกถึง ฮ่องกง ผมจะนึกถึงอะไร?” ครั้งหนึ่งน้องชายของผมเคยถามผมไว้ ผมตอบน้องชายของผมไปว่า ภาพเรือสำเภาที่แล่นอยู่กลางทะเล และ Bank of China

             โดยเฉพาะ  Bank of China ผมจะรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษ ผมอยากเห็นตึกนี้ทุกครั้งที่ผมมีโอกาส ไม่ว่าในตอนนั้นผมกำลังอยู่ที่ไหน อยู่ส่วนไหนของฮ่องกง ไม่ใช่ความผูกพันแบบสัตว์เลี้ยงแสนรัก หากแต่เป็นเพราะว่าทุกครั้งที่ผมได้เห็นมัน มันทำให้ผมรู้สึกว่า ผมได้มาอยู่ที่ฮ่องกงนี้จริง ๆ นะ และมันไม่ใช่ความฝัน

             และบน  Peak Tower นี่ก็เหมือนกัน เราจะได้เห็น Bank of China ในยามที่เค้ากำลังหลับใหล ทั้งสวยงามและอบอุ่น ยิ่งดูยิ่งหลงไหล ดูได้ไม่รู้จักเบื่อ

             ..จริง ๆ นะ ไม่ได้โม้..!

             ถ้ามีเวลา Peak Tower เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ทุกคนที่ได้มาไม่ควรพลาด รวมถึงการมาของเราในครั้งนี้ด้วยครับ

             - สุดท้ายนี้ที่ฮ่องกงวินเทอร์เฟส

             เราจะอยู่บน Peak Tower ถึงราว ๆ  20.00 น.- 20.30 น. ครับ ที่นี่จะปิดประมาณเที่ยงคืน หลังจากนั้นเราก็มาไปยังสถานที่ลำดับสุดท้ายในทริป 1 หนึ่งวันของเรากัน เพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ ไม่ตกยุค สถานที่สุดท้ายของเราก็คือ งานเทศกาลฮ่องกงวินเทอร์เฟส ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 พ.ย. – 1 ม.ค.2007 นี้ 1 ปีมีครั้งเดียว ที่ Statue Square,Central,เกาะฮ่องกง ซึ่งในวันปกติธรรมดา จันทร์ – พฤหัสบดี งานจะเริ่มเวลา 6 โมงเย็น ส่วนในวันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ งานจะเริ่มเวลา บ่าย 3 โมงเย็น เลิก 23.00 น.

             ถ้าช่วงเวลาที่เราไปฮ่องกงอยู่ในช่วงเวลานี้พอดีนะครับ งานนี้เราก็ไม่ควรพลาด เทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส และเตรียมต้อนรับปีใหม่ 2007 ที่ใกล้จะมาถึง

             “ถ้าพูดถึงหน้าหนาวเราจะนึกถึงอะไรครับ?”

             สำหรับผม ผมก็ต้องผมจะนึกถึงหิมะขาว ๆ เย็น ๆ เหมือนในช่องFreezeครับ แม้ในบ้านเราจะไม่มีก็ตาม และถ้านึกถึงหิมะ เราก็จะต้องนึกถึงซานตาครอส    วีระบุรุษเสื้อแดงที่ฝ่าฟันฤดูกาลที่หนาวแหนบมาช่วยเหลือหนูน้อยที่กำลังจะห่อเหี่ยวเนื่องจากขาด(ของ)ขวัญและกำลังใจอย่างแรง ให้พาลพบกับความสุข ซึ่งทางฮ่องกงได้เนรมิต  Santa’s Town เมืองแห่งความสุขเพื่อทุกคนในครอบครัวเอาไว้ให้ ให้เราได้ดื่มด่ำเต็มสองตากับต้นสนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล่องของขวัญมากมายเหมือนในฝันสมัยเด็ก ๆ  และยังมี Snowy Chapel & Santa’s, Clock Tower, Santa’ Lodge, Festive Calender ฯลฯ ซึ่งในเรื่องของความงามคงไม่ต้องพูดถึง (เพราะผมเองก็ยังไม่เคยเห็นแบบตัวเป็น ๆ เหมือนกัน) ถ้ามีโอกาสเราจึงไม่ควรพลาดโอกาสนี้ครับ เทศกาลงานใหญ่ของฮ่องกงทั้งที ต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่แน่ ๆ นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องไปค้นหา เราจะมีเวลาอยู่ที่นี่จนกระทั่งปิด คือประมาณ 5 ทุ่มนั่นแหละครับ อยู่กันให้คุ้มกันไปเลย เสพความสุขกันให้สุดใจ ก็จะเป็นอันจบทริปทัวร์ฮ่องกง 1 วันในแบบฉบับของเรากัน..

             เดินทางมามากก็อย่าลืมทานอาหารอร่อย ๆ ให้ท้องอิ่มก่อนเข้าเดินทางกลับที่พักด้วยนะครับ ทริปเราอาจจะจบดึกไปซะหน่อย หวังไว้ว่าทุกคนคงจะเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ (รวมทั้งผมด้วย)

             สวัสดีครับ 

             ช่วงตอบคำถาม งานเทศกาลฮ่องกงวินเทอร์เฟสจัดขึ้นในระหว่างวันที่เท่าไหร่?

             คำตอบคือ ในระหว่างวันที่ 24 พ.ย. – 1 ม.ค.2007 เป็นคำตอบสุดท้ายครับ.  f(^_^!!)

             ถุ ถุ ก.. .. ..Z z..

             ………….
 
 

 (โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

  

Comment

Comment:

Tweet