Photobucket

  

             ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้มาเยือนฮ่องกง ฟรี!’ อีกครั้ง
 

             เป็นการไปในครั้งที่ 2 และนับเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจอีกชิ้นหนึ่ง ตอกย้ำถึงสิ่งที่คิดและวางแผนในก่อนหน้านี้ว่าเรามาถูกทางแล้ว ทุกอย่างย่อมอยู่บนหลักเหตุและผล หากใครก็ตามตระหนักถึงปัจจัยแห่งชัยชนะเหล่านี้ พวกเขาก็จะสามารถนำมันมาใช้เป็นอาวุธชั้นดีเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขันต่อไปได้ 

             สำหรับการเดินทางในรอบนี้ ผมไปในช่วงใกล้กับปีใหม่ซึ่งเป็นหน้าเทศกาลที่มีคนท่องเที่ยวมากพอดี ทั่วทั้งเมืองผมพบเห็น ‘ความสุข’ ในรูปของรอยยิ้มกระจายตัวอยู่แทบทุกหนแห่ง  แต่ก็เหมือนกับการมาเยือนในครั้งแรก ครั้งนี้ผมก็ไม่พบเจอหิมะอีกเช่นเคย แม้อุณหภูมิในช่วงนั้นจะอยู่ระหว่าง 5 – 10 oC ซึ่งนับว่าเย็นกำลังดี หายใจมีควันออกทางปากบ้างเล็กน้อยและต้องหาเสื้อคลุมหนา  ๆ มาใส่ เป็นความหนาวเย็นอยู่ในระดับที่จับใจกว่าบ้านเรา แต่กระนั้นก็ยังไร้เงาของเป้าหมายสีขาวปุกปุย

             คงไม่ถึงกับต้องไปตามหา “หิมะข้าอยู่ไหน!” เหมือนอย่างในหนังเรื่ององค์บากที่จา พนมออกตามหาช้างน้อยเพื่อนรัก ก่อนการมาฮ่องกงในรอบนี้ผมรู้เรื่องนั้นดีอยู่แล้ว แต่กระนั้นความรู้สึกทั้งของผมและจา พนมอาจเหมือนกัน คือ ‘เหงา’ และคง ‘คิดถึง’ สิ่งที่เราต่างคิดถึงเหมือนกัน

             ผมถามตัวเองว่าลึก ๆ แล้ว ‘ผิดหวังหรือไม่กับการเดินทางครั้งนี้?’ เมื่อไม่ได้พบเจอกับสิ่งที่ฝัน ยังไม่ได้เห็นกับสิ่งที่รัก คำตอบที่ได้คือ ‘ไม่เลย!!’ ในทางตรงกันข้าม หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่ดูใจดีเป็นมิตร บ้านเมืองที่สวยงามสะอาดตา และบรรยากาศแบบสบาย ๆ กลับทำให้ผมหลงรักสถานที่แห่งนี้มากยิ่งขึ้น เกิดเป็นความสุขขึ้นมาในอีกรูปแบบหนึ่งที่ผมไม่เคยฝันไว้

             I Love Hong Kong’ ลายของเสื้อยืดตัวหนึ่งที่วางขายอยู่ที่นั่น คงบอกความรู้สึกของผมได้ในตอนนี้

             กับระยะเวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืนที่ได้กลับมาเยือน ผมใช้มันอย่างคุ้มค่าและเปี่ยมสุข ตั้งแต่วินาทีแรกจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย ในวันเดินทางกลับ ความรู้สึกหนึ่งที่มักเกิดขึ้นตามมาเสมอยามเมื่อเราไปต่างบ้านต่างถิ่น นั่นคือ เรามักจะรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่อยู่ในตัวเพิ่มสูงขึ้น คล้ายกับว่าการได้ออกเดินทางไปในที่ไกล ๆ แปลกหูแปลกตานั้นเหมือนเป็นการเติมเต็มพลังงานให้กับชีวิต ภายหลังจากถูกใช้ไปจนเกือบหมดกับชีวิตประจำวันที่ซ้ำซาก จำเจ และน่าเบื่อหน่าย การได้รับรู้ถึงโลกกว้าง ทำให้เราได้เห็นในสิ่งเหล่านั้น

             ผมเริ่มรู้สึกติดใจเสียแล้วกับการเติมพลังในลักษณะนี้

             ที่สำคัญ ผมชักเริ่มติดใจกับการเดินทางไปต่างประเทศเสียแล้วสิ และยังรู้สึกชอบกับการแข่งขันชิงรางวัลต่าง ๆ ที่มีทั้งง่ายและยากปะปนกันไป ด้วยเห็นว่าทั้งหมดถือเป็นโอกาสที่มีความเป็นไปได้ สัมผัสได้ และ บัดนี้สำหรับผมมันเป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

             ประสบการณ์ที่ได้ทั้งหมดรวมกันเป็นความเชื่อมั่นที่ฝั่งแน่นอยู่ในใจ และเป็นพลังเพื่อให้การค้นหาหนทางในการเสาะแสวงหาโอกาสดี ๆ ต่อ

             จนกระทั้งวันหนึ่ง ในขณะผมยังคงเฝ้ารอโอกาสดี ๆ ตามหน้าสื่อเหมือนเช่นเคย เสียงที่เฝ้าถวิลหาสิ่งหนึ่งก็ดังขึ้นในโสตประสาท เสียงนั้นมาจากลำโพงโทรทัศน์ทำเอาผมถึงกับสะดุ้งตื่น ผมเหลือบดูแหล่งที่มาของเสียงจึงพบว่าเป็นช่วงของรายการโฆษณาในทีวีช่องหนึ่ง เป็นโฆษณาเป็นของเบียร์  Heineken ที่มีเคมเปญใหม่ที่ค่อนข้างแปลกแหวกแนว

             เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์สินค้ากับลูกค้าคอเบียร์  ในครั้งนี้ Heineken ได้ประกาศสุดยอดแคมเปญโดยใช้งบประมาณกว่า 80 ล้านบาท เดินกลยุทธ์ภายใต้ชุดแคมเปญที่มีชื่อว่า ‘Heineken-A World without Strangers โลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้า เพียงเราเปิดใจ

             ผมนั่งฟังอย่างใจจดจ่อ และจับใจความจากโฆษณามาได้ว่า..

             Heineken เชิญคุณ... เดินทางไป Say Hi เพื่อนใหม่ได้ทั่วโลก ฟรี...  ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นภาพยนตร์สั้น... นำของประเทศ เพียงเล่าไอเดียว่าใคร...  แห่งใด... เลือกผู้กำกับฯ ที่อยากให้ร่วมเดินทางไปบันทึกเหตุการณ์น่าประทับใจ...  ก่อน 20 ธันวา...

             เนื่องจากได้ยินเป็นครั้งแรก ข้อมูลจึงที่ได้จึงยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ มีข้อความบางตอนขาด ๆ หาย ๆ  แต่ 2 ประเด็นหลักที่สำคัญผมได้ยินเต็ม 2 หูทำให้ผมถึงกับเนื้อเต้น นั่งแทบไม่ติดที่ นั่นคือ 1 ผู้โชคจะได้เดินทางไปที่ไหนก็ได้ทั่วโลก ฟรี!! และ 2.. ภาพในการเดินทางจะถูกบันทึกเป็นภาพยนตร์สั้น

             ไม่น่าแปลกใจที่หลังจากนั้นขนในกายผมจะลุกชันขึ้น ความเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้ามาที่ขั้วหัวใจอีกครั้ง ต้นตอของความเย็นนั้นชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัย

             ผมมองเห็นมัน..

             หิมะ!!’ ในทีวี
 
 
 

 (โปรดติดตามตอนต่อไป)

    

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่มาเมนต์ให้ครับ

น่าอิจฉาคนได้ไปเที่ยวเมืองนอก

ผมเองยังไม่เคยออกนอกประเทศเลย

อยากเห็นหิมะก่อนตายเหมือนกันครับbig smile

#1 By talk2b on 2010-07-09 23:00